posttoday
เวลาเปลี่ยน ความสำคัญของตรุษจีนเปลี่ยน

เวลาเปลี่ยน ความสำคัญของตรุษจีนเปลี่ยน

22 มกราคม 2555

ตรุษจีนสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความชื่นบาน

ตรุษจีนสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความชื่นบาน

ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของชาวจีนทุกครัวเรือนที่มีโอกาสร่วมเฉลิมฉลองกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันตามประสาคนที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน แต่ด้วยภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบ ทำให้ต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่น ก่อนที่วันแห่งความสุขของทุกปีจะมาถึง เราจะเห็นภาพคนจำนวนมหาศาลแห่แหนกันไปเบียดเสียดกันตามสถานีรถ เพื่อโดยสารกลับไปหาบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งรอคอยพวกเขานานแรมปี

ถ้าเราพิจารณาถึงความสำคัญของวันปีใหม่ที่ชาวจีนเฉลิมฉลองกันทุกปีแล้ว จะพบว่ามีความหมายแตกต่างกันไปตามวัยและช่วงชีวิตอย่างเห็นได้ชัด

ในวัยเด็ก ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่มีโอกาสลิ้มลองของอร่อยๆ ใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ จุดประทัดดังเปรี้ยงปร้าง เดินทางไปเยี่ยมญาติมิตร ที่สำคัญมีอั่งเปาให้ได้ชื่นอกชื่นใจ ยิ่งตามชนบทที่ความศิวิไลซ์ยังไม่ทั่วถึง บรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะคึกคักมากเป็นพิเศษ ถึงจะไม่รู้ซึ้งถึงความเป็นมาและธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ก็มีความสุขตามประสาเด็กๆ ที่ไม่ได้คิดอะไรมากมายกับชีวิต

พอก้าวเข้าสู้วัยเรียน ชาวจีนที่โดยมากมักออกจากบ้านไปร่ำเรียนต่างถิ่นจะมองเทศกาลดังกล่าวว่าเป็นวันเวลาแห่งความเบียดเสียด อันเนื่องมาจากการต้องแย่งกันซื้อตั๋วกลับบ้าน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปิดภาคฤดูหนาวของทุกปี กว่าจะฝ่าด่านอรหันต์เดินทางถึงบ้านด้วยการโดยสารรถไฟที่ผู้คนเบียดเสียดกันจนหายใจรดต้นคอกัน หรือการโดยสารรถยนต์ที่แทบขยับตัวไม่ได้เพราะอัดแน่นไปด้วยผู้คน ก็ทำเอาความอยากกลับบ้านไปพาคนที่รักเริ่มลดน้อยลง บรรดาความอยากในวัยเด็กที่หยิบยกมาข้างต้น ก็ค่อยๆ ลดปริมาณลง อาจเป็นเพราะวัยที่เปลี่ยนแปลงไป เรื่องที่ต้องคิดมีมากขึ้น ทำให้ตรุษจีนของคนในวัยนี้ไม่ได้สดใสเหมือนช่วงวัยเด็กเท่าใดนัก

เวลาเปลี่ยน ความสำคัญของตรุษจีนเปลี่ยน

ยิ่งในช่วงที่เริ่มชีวิตการทำงานด้วยแล้ว การเดินทางกลับไปฉลองตรุษจีนกับคนในบ้านอาจเป็นภาระทางใจที่หลายคนสุดแสนจะเหนื่อยหน่ายกับการเดินทางไกลที่ต้องสิ้นเปลืองเวลานาน แน่นอนว่าการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนานๆ ย่อมสร้างนิสัยรักสบายให้แก่ชาวต่างถิ่นที่เดินทางเข้ามาทำงานในเมือง ตรุษจีนจึงมิได้เป็นเทศกาลแห่งความสุขของคนกลุ่มนี้เท่าใดนัก

แต่พออยู่ในวัยเกษียณอายุ ตรุษจีนถือเป็นวันเวลาที่คนวัยนี้ต่างรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ เพราะนั่นหมายถึงลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่นหรือไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกันจะมารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต ถามไถ่ทุกข์สุขกันได้อย่างเต็มที่ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้อยู่กันอย่างมีความสุขกับลูกหลาน แต่ก็ถือเป็นการคลายความเหงาและความคิดถึงที่มีมาตลอดทั้งปี

นอกจากคนต่างวัยจะมีความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันต่อตรุษจีนแล้ว บางสิ่งบางอย่างที่เคยปฏิบัติกันมาก็เลือนหายไปตามกาลเวลา ปีใหม่จีนที่อยู่คู่สังคมจีนตลอดระยะเวลาสี่พันกว่าปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่บ้านเมืองสงบสุข เกิดศึกสงคราม ผลัดเปลี่ยนผู้นำ แม้ว่าผู้นำจะเปลี่ยนหน้าค่าตามาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ตรุษจีนก็ยังเป็นวันสำคัญของชาวจีนเรื่อยมา

อย่างไรก็ดี สังคมจีนที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ย่อมส่งผลต่อการละเลยธรรมเนียมปฏิบัติบางอย่างที่มีมาแต่โบราณ เช่น การจุดประทัด การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ การห่อเกี๊ยวร่วมกันของคนในบ้าน การเดินทางไปเยี่ยมญาติ เป็นต้น ซึ่งพบเห็นน้อยลงทุกที ยิ่งในเมืองใหญ่ๆ ที่มีความเจริญทางวัตถุสูงด้วยแล้ว กลิ่นอายการเฉลิมฉลองตรุษจีนด้วยธรรมเนียมปฏิบัติแบบดั้งเดิมก็แทบจะไม่ค่อยมีให้เห็นกัน

อย่างแรกคืออาหาร ซึ่งถือเป็นหัวใจของทุกเทศกาล และเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงการมาเยือนของเทศกาลต่างๆ เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมบ๊ะจ่าง ขนมบัวลอย เป็นต้น ในฐานะที่เป็นเทศกาลสำคัญที่สุดของปี อาหารที่เราได้ลิ้มลองกันในวันนี้ย่อมมีความหลากหลายและเน้นชื่อเรียกที่มีความหมายเป็นมงคล เช่น เกี๊ยว ปลา ขนมเค้ก ลำไย ถั่วลิสง ส้ม แอปเปิล เรียกว่าอาหารบนโต๊ะมีให้เลือกจนละลานตา เกี๊ยวบ่งบอกถึงความสมัครสมานสามัคคี หมั่นโถวที่มีการแต้มจุดสีแดงไว้ด้านบนบ่งบอกถึงการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยความชื่นมื่น ปลาบ่งบอกถึงการมีกินมีใช้ แอปเปิลบ่งบอกถึงความสงบสุข เป็นต้น ของกินเหล่านี้จะต้องเตรียมพร้อมในวันส่งท้ายปีเก่า เพราะวันปีใหม่จะไม่มีการสาดน้ำ เพราะถือว่าเป็นการสาดเงินสาดทองออกจากบ้าน ดังนั้น จึงไม่นิยมประกอบอาหารในวันตรุษจีน

หลายปีมานี้ เมืองใหญ่ๆ รวมถึงชนบทที่เจริญแล้วจะไม่เสียเวลาในการตระเตรียมอาหารเหล่านี้ แต่เลือกใช้วิธีการซื้อแบบสำเร็จรูปเพื่อประหยัดเวลา แม้ความสะดวกสบายจะเข้ามามีบทบาทแทนที่ความเหนื่อยล้าของบรรดาแม่ครัวและลูกมือที่ต้องช่วยกันขะมักเขม้นเตรียมอาหาร แต่บรรยากาศที่แสนจะคึกคักของการช่วยกันคนละไม้คนละมือในห้องครัวและกลิ่นหอมๆ จากอาหารที่ตลบอบอวลไปทั่วครัวก็เลือนหายไปเช่นกัน

เวลาเปลี่ยน ความสำคัญของตรุษจีนเปลี่ยน

การเดินทางกลับบ้านไปกินอาหารมื้อส่งท้ายปีเก่าพร้อมกันทั้งครอบครัว เคยเป็นความปรารถนาของชาวจีนทุกคนที่จากบ้านเกิดมาไกล แต่มาบัดนี้ ชีวิตในเมืองบ่มเพาะให้อาหารมื้อนี้สามารถสั่งจองได้ตามโรงแรม ด้วยความที่หลายคนแห่กันจองอาหารมื้อดังกล่าวกัน เป็นเหตุให้มีการจำกัดเวลาในการรับประทาน เพื่อสามารถสนองตอบความต้องการของผู้คนจำนวนมาก แน่นอนว่า อาหารที่ปรุงโดยสุดยอดกุ๊กของโรงแรม ย่อมมีรสชาติอร่อยแบบไม่ต้องบรรยาย แต่บรรยากาศความอบอุ่นที่สมาชิกในครอบครัวมารวมกันทำอาหารก็เลือนหายไปอีกเช่นกัน

เราจะสังเกตเห็นว่าแนวคิดเรื่องการเซ่นไหว้บรรพบุรุษของชาวจีนค่อยๆ เจือจางลงจากที่ผ่านมาอย่างเห็นเด่นชัด ในบางพื้นที่ถึงกับมองว่าเป็นเรื่องของความงมงาย ว่ากันตามธรรมเนียมโบราณ พิธีกรรมและขั้นตอนการเซ่นไหว้ก็มีความซับซ้อนมาก ทั้งของไหว้ การจุดธูปเทียน การท่องบทสวดมนต์ หากเป็นตระกูลขนาดใหญ่ จะถือเป็นวันรวมญาติที่มาร่วมกันรำลึกถึงบรรพบุรุษและร่วมรับประทานอาหารหลังพิธีเสร็จสิ้น การจุดธูปเซ่นไหว้ก็ทำตามลำดับอาวุโส นับเป็นการปลูกฝังเรื่องผู้ใหญ่และผู้น้อยได้ดีอย่างหนึ่ง แต่ในปัจจุบัน ชาวจีนที่ยังคงธรรมเนียมปฏิบัตินี้ไว้หลงเหลืออยู่น้อยมาก โดยมากมักเตรียมของเซ่นไหว้ง่ายๆ ไม่กี่อย่าง วางไว้หน้ารูปถ่ายของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ก็เป็นอันเสร็จพิธี

ที่น่าสนใจคือ ซองแดงหรืออั่งเปาที่เด็กๆ ต่างรอคอยให้วันตรุษจีนมาถึง เดิมทีผู้ที่มีอาวุโสกว่าจะให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นสิริมงคล แต่สังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้รับอั่งเปาขยายวงกว้างออกไป แม้จะเป็นคนในวัยเดียวกันหรือผู้ที่มีอาวุโสกว่าก็สามารถให้ได้ หากตนเองมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงกว่า ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ให้กันก็แตกต่างกันไปตามฐานะครอบครัว บ้านไหนที่มีญาติมิตรมากหน่อย ก็จะได้อั่งเปากันหนักหน่อย อั่งเปาในหมู่เด็กจีนที่เป็นครอบครัวลูกคนเดียวมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนเงินมากขึ้นทุกปี สร้างความโลภให้แก่เด็กหลายคนจนมองไม่เห็นค่าของเงิน หลายคนมักภาคภูมิใจที่ตนเองได้อั่งเปามากกว่าเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งถือเป็นค่านิยมผิดๆ และบ่มเพาะนิสัยการเป็นคนชอบโอ้อวดให้แก่เยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติในวันข้างหน้า

วันตรุษจีนในแต่ละปีจึงมีความหมายทางใจที่แตกต่างกันไปตามกาลเวลาที่แปรผันไป! 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน