posttoday
โลกร้อนภัยเงียบที่จีนต้องระวัง

โลกร้อนภัยเงียบที่จีนต้องระวัง

22 มกราคม 2555

อนาคตจีนเสี่ยงดิ่งเหว เหตุโลกร้อนทำอาการแล้งหนัก ฝนน้อย มลพิษเยอะ จนอาหารไม่เพียงพอเลี้ยงคนในประเทศ

อนาคตจีนเสี่ยงดิ่งเหว เหตุโลกร้อนทำอาการแล้งหนัก ฝนน้อย มลพิษเยอะ จนอาหารไม่เพียงพอเลี้ยงคนในประเทศ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

อนาคตจีนเสี่ยงดิ่งเหว เหตุโลกร้อนทำอาการแล้งหนัก ฝนน้อย มลพิษเยอะ จนอาหารไม่เพียงพอเลี้ยงคนในประเทศ

รอยเตอร์ส เสนอบทความโดยอ้างรายงานการประเมินโลกร้อนโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของจีนซึ่งออกมาเตือนว่า ระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้นของโลกจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ขัดขวางความมั่งคั่งของประเทศ เนื่องจากอากาศร้อนส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดน้อยลง ระดับน้ำในแม่น้ำเหือดแห้ง และทำให้หายนภัยทางธรรมชาติ ทั้งภัยแล้งและภัยน้ำท่วมรุนแรงขึ้น จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการผลิตอาหารเลี้ยงประชากรทั้งหมดของประเทศจีน

คำเตือนดังกล่าวได้รับการเผยแพร่และตีพิมพ์ลงในรายงานการประเมินปัญหาโลกร้อนฉบับที่ 2 ของรัฐบาล โดยอาศัยความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศในการศึกษารวบรวมข้อมูลถึงผลลัพธ์และต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ภาวะโลกร้อนมีต่อประเทศจีน ในฐานะประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 10% ตั้งแต่ปี 2553

โลกร้อนภัยเงียบที่จีนต้องระวัง

 

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ปัญหาโลกร้อนอันเป็นผลมาจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมของบรรดาโรงงานอุตสาหกรรม การขับขี่ยวดยานพาหนะ และการเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการเพาะปลูกที่หันมาใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงมากขึ้น ล้วนเป็นต้นเหตุสั่นคลอนสุขภาพ อาหาร และความร่ำรวยของชาวจีนในระยะยาว

และด้วยเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่นับเป็นคู่แข่งกับสหรัฐในช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังทำให้ผลกระทบจากปัญหาโลกร้อนที่มีต่อจีนมีความรุนแรงหนักมากยิ่งขึ้น

“ประเทศจีนกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามอย่างเงียบๆ โดยเป็นผลกระทบมาจากปัญหาโลกร้อนที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพสิ่งแวดล้อมของจีน” รายงานความหนา 710 หน้า ซึ่งเพิ่งจะวางออกขายเมื่อไม่นานมานี้ ระบุ

ทั้งนี้ รายงานฉบับดังกล่าวอธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกจะทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติของจีนค่อยๆ เสียสมดุลในแต่ละปี กล่าวคือ หน้าแล้งจะแล้งจัดแบบสุดขีด ในขณะที่ฤดูฝนหรือหน้าน้ำ น้ำก็จะมากจนเอ่อล้น สร้างความเสียหาย

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ กระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีฝนตก ยิ่งไปกว่านั้นสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นจะเพิ่มความถี่มากขึ้น

พูดให้เข้าใจได้ง่ายก็คือว่า ภัยแล้งและน้ำท่วม นอกจากจะทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว ยังเกิดขึ้นบ่อยมากกว่าเดิม

“ถ้าหากจีนไม่มีมาตรการที่ดีและรัดกุมไว้คอยรับมือ จีนมีสิทธิเผชิญหน้ากับปัญหาการขาดแคลนอาหารภายในช่วงท้ายศตวรรษที่ 21 นี้

ทั้งนี้ จากการจำลองเหตุการณ์สภาวะโลกร้อนในระดับความรุนแรงในปัจจุบันที่มีผลต่อปริมาณน้ำตามธรรมชาติที่มนุษย์สามารถนำมาอุปโภคบริโภคได้ พบว่า 8 มณฑลใหญ่จากจำนวนทั้งหมด 31 มณฑลของจีน มีสิทธิเผชิญหน้ากับปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงภายในปี 2593

หนักถึงขนาดที่ว่าชาวบ้าน 1 คน จะมีน้ำใช้น้อยกว่า 500 ลูกบาศก์เมตร (หรือเท่ากับน้ำโพลาริสขวดใหญ่ขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 5 แสนขวด) ขณะที่ชาวบ้านอีก 10 คน จะตกอยู่ในสภาพที่ไม่มีน้ำให้ใช้เลย

ขณะเดียวกัน หากว่าจีนยังคงไม่มีมาตรการใดๆ ออกมารับมือโลกร้อน รายงานฉบับดังกล่าวยังได้คาดการณ์ว่า ผลผลิตพืชพรรณธัญญาหารในประเทศจีนจะลดปริมาณลงราว 520% ในปี 2593

อย่างไรก็ตาม รายงานได้เสนอแนะว่า การปรับปรุงกรรมวิธีการเพาะปลูก ซึ่งรวมถึงการใช้สารเคมี การพัฒนาพรรณพืช ตลอดจนการปรับปรุงระบบชลประทาน นับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยปกป้องภาคการเกษตร อันเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของประเทศไว้ได้

สำหรับพื้นที่ราบต่ำบริเวณใกล้ชายฝั่ง แม้จะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ แต่ภาวะโลกร้อนที่มีผลทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ก็เป็นภัยคุกคามสำคัญต่อบรรดาเมืองท่าขนาดใหญ่ที่เป็นตลาดการส่งออกและเป็นหัวใจต่อธุรกิจอุตสาหกรรมการค้าของประเทศ โดยยังไม่นับถึงภัยจากพายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมที่ปัญหาโลกร้อนจะทำให้รุนแรงหนักกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

รายงานระบุว่า แม้หลายฝ่ายจะตระหนักและเร่งวางแผนรับมือพร้อมกับการลงมือสร้างเขื่อนขึ้นมากั้น แต่มาตรการดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี

นอกจากนี้ ผลการศึกษาในครั้งนี้ยังทำให้แน่ใจได้อีกว่าการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ผลิตผลของประเทศจีน ที่ข้าวและธัญพืชส่วนใหญ่จะเติบโตได้ดีในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เพราะอากาศที่เคยหนาวเกือบตลอดทั้งปี อุ่นแบบพอเหมาะกับการเพาะปลูกและแนวโน้มจะมีฝนมากขึ้น

ขณะที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกของประเทศจะต้องเจอกับความแห้งแล้งจนผลผลิตทางการเกษตรที่ควรจะเก็บเกี่ยวได้ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ แม้ว่าจีนจะมีมาตรการออกมาสกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นตัวการทำให้โลกร้อน แต่จากการศึกษาพบว่า กว่าที่มาตรการควบคุมนี้จะช่วยให้ปริมาณก๊าซพิษในอากาศลดลงก็ปาเข้าไปตั้งปี 2573 แถมต้นทุนค่าใช้จ่ายที่จะนำมาใช้ควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น

จากการประเมินของทีมผู้ศึกษาค้นคว้าพบว่า ภายในปี 2563 จีนต้องใช้งบประมาณอย่างน้อย 10 ล้านล้านหยวน (ราว 50 ล้านล้านบาท) โดยรวมถึงต้นทุนที่ลงทุนกับเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนอีก 5 ล้านล้านหยวน

นับเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่เทียบเท่ากับการลงทุนพัฒนาประเทศในหลายๆ ปี

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเงินจำนวนมากมายมหาศาล แต่ก็เป็นต้นทุนที่จีนจะต้องยอมจ่าย เพราะเงินดังกล่าวคือเดิมพันที่เป็นไปเพื่อความอยู่รอดของประเทศในอนาคต m
 

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69