
‘โกดัก’พ่ายโลกดิจิตอลยื่นล้มละลาย
จุดจบบริษัทฟิล์มเก่าแก่130ปียันไม่ปิดตัวเร่งปรับโครงสร้าง
จุดจบบริษัทฟิล์มเก่าแก่130ปียันไม่ปิดตัวเร่งปรับโครงสร้าง
โกดัก ยื่นล้มละลาย เหตุก้าวไม่ทันเทคโนโลยีถ่ายภาพยุคดิจิตอล ผู้บริหารยันไม่ปิดตัว เดินหน้าปรับโครงสร้างปฏิรูปบริษัท
บริษัท อีสต์แมน โกดัก ผู้บุกเบิกตลาดกล้องถ่ายรูปชนิดฟิล์ม และผู้ผลิตฟิล์มชื่อดังของโลก ได้ยื่นล้มละลายขอรับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายล้มละลายมาตรา 11 ของศาลสหรัฐแล้วเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังประสบปัญหาด้านการแข่งขันอย่างหนัก จนนำไปสู่การขาดทุนย่อยยับต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี
รายละเอียดของเอกสารขอความคุ้มครองที่โกดักยื่นต่อศาลแขวงในรัฐนิวยอร์ก ระบุว่า โกดักมีทรัพย์สินทั้งหมด 5,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีหนี้สินรวมราว 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ
“คณะกรรมการและทีมผู้บริหารอาวุโสเห็นพ้องตรงกันว่า การยื่นล้มละลายเป็นสิ่งที่จำเป็น และดีที่สุดสำหรับอนาคตของโกดัก” แอนโตนีโอ เอ็ม เปเรซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโกดัก กล่าว โดยย้ำว่า การได้รับความคุ้มครองจะช่วยให้บริษัทสามารถเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ทางบริษัทยังเปิดเผยอีกว่า ได้รับเงินกู้จำนวน 950 ล้านเหรียญสหรัฐจากซิตี้กรุ๊ป สถาบันการเงินชื่อดัง เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ แต่ทว่าเงินจำนวนดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านการอนุมัติจากศาลเสียก่อน
ทั้งนี้ โกดักเป็นบริษัทเก่าแก่ที่ก่อตั้งมายาวนานถึง 130 ปี โดยเป็นผู้บุกเบิกกล้องถ่ายรูปชนิดฟิล์ม ทว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทไม่สามารถก้าวทันเทคโนโลยีถ่ายภาพยุคดิจิตอล ส่งผลให้ต้องขาดทุนอย่างหนัก โดยช่วงไตรมาส 3 ปี 2554 ขาดทุน 222 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,600 ล้านบาท)
แม้ทางบริษัทจะหันไปมุ่งเน้นพัฒนาการผลิตเครื่องพรินเตอร์แทน แต่ก็ไม่สามารถสร้างรายได้มากพอ โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โกดักจำเป็นต้องปิดโรงงานลงถึง 13 แห่ง และปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ มูลค่าของบริษัทได้ดิ่งลงอย่างหนัก จาก 3.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อ 15 ปีก่อน เหลือเพียง 150 ล้านเหรียญสหรัฐในปัจจุบันนี้
โรเบิร์ต เบอร์ลี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยไรเยอร์สัน ในแคนาดา มองว่า ปัญหาของโกดักคือ การยึดติดกับอดีต
“ประวัติศาสตร์ของโกดักเป็นสิ่งที่สำคัญกับบริษัทมาก ซึ่งแม้จะเคยช่วยสร้างรายได้และสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ มากมาย แต่ขณะนี้ประวัติศาสตร์เหล่านั้นได้กลายเป็นหนี้เสียแล้ว” เบอร์ลี กล่าว
ทั้งนี้ เปเรซ ยืนยันว่า บริษัทจะไม่ปิดตัวลงอย่างแน่นอน โดยเตรียมรื้อโครงสร้างธุรกิจขององค์กรใหม่ครั้งใหญ่ พร้อมขายสิทธิบัตรเทคโนโลยีดิจิตอลกว่า 1,100 ฉบับ มูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ







