
สังคมม็อบ
ว่าจะไม่เขียนถึง แต่ก็อดไม่ได้ครับ เพราะตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา
ว่าจะไม่เขียนถึง แต่ก็อดไม่ได้ครับ เพราะตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา
โดย..ธนพล ไชยภาษี
บ้านเราเมืองเราเกิดการรวมตัวประท้วงปิดถนนสร้างความเดือดร้อนต่อส่วนรวมกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะม็อบแท็กซี่ รถร่วม รถบรรทุก ยางพารา และคาดว่าจะมีอีกสารพัดม็อบตามมา
แต่ละม็อบที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแต่สร้างความลำบากให้กับประชาชนส่วนรวมที่ไม่มีส่วนได้เสีย ส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น จะโทษใครได้ก็ต้องโทษคนไทยกันเองที่ไม่เคยรู้จักคำว่า “ส่วนรวม”
เพราะที่ผ่านมาตลอด 6 ปี คนไทยเริ่มคุ้นชินกับการใช้กฎหมู่บีบบังคับกดดันให้ได้ตามที่ใจอยาก โดยไม่เห็นแก่กฎระเบียบ ความถูกต้อง และไม่เคยเห็นแก่ส่วนรวม เกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศม็อบรายวัน ที่ใครไม่พอใจอะไรก็ออกมาสร้างความลำบากให้กับส่วนรวม เพื่อผลประโยชน์แก่ตัวเองกันทั้งนั้น โดยไม่สนใจว่าชาวบ้านคนอื่นจะได้รับผลกระทบกันอย่างไร
ว่าด้วยเรื่องการประท้วง แน่นอนถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามหลักประชาธิปไตย แต่การประท้วงก็ต้องมีขอบเขต ประท้วงอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ ต้องไม่สร้างปัญหาให้กับสาธารณชน
ในบ้านเมืองประเทศพัฒนาแล้ว ใครจะมาก่อม็อบ สร้างความเดือดร้อนให้กับส่วนรวมกันง่ายๆ เห็นจะไม่มีทาง
ที่สหรัฐใครจะมาก่อม็อบวุ่นวาย ผมเห็นแต่เขาใช้ตำรวจถือไม้กระบองทุบเอาๆ ไม่มีเกรงอกเกรงใจกันครับ เพราะกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย ในเมื่อกล้าที่สร้างความวุ่ยวายขึ้นก็ต้องรับผลกระทบรุนแรงกลับไป
เมื่อปีที่แล้วกลุ่มแก๊งวัยรุ่นก็ออกละวาดไปหลายเมืองทั่วอังกฤษ จุดไฟเผาร้านค้า เข้าปล้นสะดม ขโมยของกันสนุกมือ สุดท้ายก็ถูกปราบกันด้วยตำรวจปราบจลาจลกันทั้งนั้น
จนถึงขนาดนี้อังกฤษยังไล่ตามจับดำเนินคดีเป็นคนคนไป และที่สำคัญสังคมอังกฤษเขาประณามคนที่ก่อความวุ่นวายพวกนี้อย่างหนักครับ สื่อก็เสนอเรื่องออกมาติดตามเป็นระยะ
ใครทำให้ชาติเสื่อมเสีย ทำให้สังคมวุ่นวาย นอกเหนือจากจะถูกลงโทษตามกฎหมายแล้ว ยังจะถูกสังคมลงโทษอีกต่อหนึ่งด้วย
แต่ประชาธิปไตยที่เห็นแก่ส่วนรวมเช่นนี้ ไม่ค่อยจะมีในสำนึกประชาธิปไตยในดินแดนสารขัณฑ์นี่หรอกครับ
ซ้ำร้ายประชาธิปไตยสยามเมืองยิ้มกลับกำลังถูกบิดเบือนว่า กลายเป็นสิทธิของคนหมู่มากไปเสียอย่างนั้น คนหมู่มากมีสิทธิที่จะใช้กำลังทำอะไรตามอำเภอใจไปได้เสียอย่างนั้น
มันน่าช้ำใจหนักเป็นสิบๆ เท่า เพราะฝ่ายรัฐเองนั่นแหละ ที่ชอบอ้างความเป็น “หมู่มาก” เสียเอง ได้คะแนนเลือกตั้งมากที่สุดก็เลยมีสิทธิจะทำอะไรก็ได้ จะเปลี่ยนนโยบายอะไรก็ได้ กลายเป็นอย่างนั้นไป
อย่างว่าครับ เป็นแบบที่โบราณว่าไว้จริงๆ ว่าหัวเป็นอย่างไร หางก็เป็นอย่างนั้น
เอวัง ประชาธิปไตยไทยแลนด์







