
อียูแก้ร่างสนธิสัญญาใหม่
ทอนอำนาจคณะกรรมาธิการให้ทางชาติสมาชิกสอบหนี้เอง
ทอนอำนาจคณะกรรมาธิการให้ทางชาติสมาชิกสอบหนี้เอง
อียูเห็นพ้องแก้ร่างสนธิสัญญาใหม่ ลดอำนาจคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดทางชาติสมาชิกตรวจสอบกันเอง
เอเอฟพี เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า กลุ่มประเทศยูโรโซนเห็นพ้องให้มีการเปลี่ยนแปลงร่างข้อสรุปเกี่ยวกับกฎเกณฑ์การคลังฉบับใหม่เพื่อคุมเข้มวินัยด้านงบประมาณโดยเปิดทางให้แต่ละชาติสมาชิกในกลุ่มยูโรโซนสามารถเสนอชื่อของประเทศสมาชิกต่อศาลยุติธรรมยุโรป หากมีการทำผิดกฎเกณฑ์เรื่องยอดขาดดุลงบประมาณ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี)
การเปลี่ยนแปลงร่างกฎเกณฑ์ดังกล่าว นับว่าเป็นการลดบทบาทหน้าที่ของอีซีในการจัดการประเทศสมาชิกที่ละเมิดสนธิสัญญา เพื่อกระตุ้นให้แต่ละประเทศรับผิดชอบและตรวจสอบนโยบายของแต่ละประเทศเอง
ทั้งนี้ ผู้นำประเทศสมาชิกอียู 27 ชาติ เห็นพ้องร่างสนธิสัญญาฉบับใหม่เพื่อเพิ่มความเข้มงวดด้านการคลังเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยตกลงให้มีการใช้มาตรการลงโทษโดยอัตโนมัติต่อประเทศสมาชิกยูโรโซนที่ทำผิดกฎเกณฑ์เรื่องยอดขาดดุลงบประมาณ
ภายใต้ข้อสรุปฉบับร่างเดิม ระบุให้อีซีมีหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณของประเทศสมาชิกไม่ให้เกิน 0.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และหากมีการตรวจพบว่ามีการขาดดุลงบประมาณเกิน 3% ชาติสมาชิกจำเป็นต้องขึ้นศาลยุติธรรมยุโรป
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎเกณฑ์การ คลังฉบับใหม่นี้จะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนนี้ และบังคับใช้ในเดือน มี.ค.
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี มาริโอ มอนติ ของอิตาลี กล่าวระหว่างการเดินทางไปหารือกับนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ว่า อิตาลีต้องการเห็นความสนับสนุนเพิ่มเติมที่เป็นรูปธรรมจากสหภาพยุโรปและเยอรมนี เช่น การตัดลดอัตราดอกเบี้ยลง หลังจากที่อิตาลีประกาศใช้มาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดมากขึ้น
มอนติ กล่าวเตือนอีกว่า ชาวอิตาลีอาจกลายเป็นศัตรูต่อยุโรปและเยอรมนี ถ้าหากชาวอิตาลีไม่เห็นถึงความคืบหน้าของวิกฤตหนี้ในภูมิภาคในทางที่ดีขึ้น หลังจากที่อิตาลีจำเป็นต้องเสียสละยอมรับการใช้มาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดมากขึ้น
รายงานระบุว่า ท่ามกลางวิกฤตหนี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้น อิตาลีกลายเป็นจุดสนใจประเทศหนึ่ง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหภาพยุโรป และมีปริมาณหนี้สาธารณะถึง 120% ของจีดีพี
ขณะเดียวกัน แมร์เกิล และประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ของฝรั่งเศส เตรียมเดินทางไปอิตาลีในวันที่ 20 ม.ค. เพื่อหารือล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอียูสิ้นเดือนนี้







