
เปิดศักราชใหมรับข่าวร้าย กูรูเห็นพ้องศก.โลกจ่อปากเหว
สถานการณ์ต่างประเทศในช่วงต้นปี 2555 นับว่าเริ่มต้นด้วยข่าวร้าย หลังนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังหลายสำนักระบุว่า
สถานการณ์ต่างประเทศในช่วงต้นปี 2555 นับว่าเริ่มต้นด้วยข่าวร้าย หลังนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังหลายสำนักระบุว่า
ในปี 2555 นี้ เศรษฐกิจโลกเสี่ยงที่จะชะลอตัวอย่างหนัก หลังมีการรายงานว่าประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก อาทิ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น บราซิล รัสเซีย และอินเดีย มีกำหนดครบชำระหนี้มูลค่ารวมกว่า 7.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 228 ล้านล้านบาท) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลายประเทศมีความเสี่ยงผิดชำระหนี้สูง โดยที่การปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่จนนำไปสู่ความปั่นป่วนในตลาดเงิน และฉุดเศรษฐกิจโลกดิ่งเหวอย่างหนักอีกระลอก
ขณะเดียวกัน ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับชื่อดัง เตือนอีกว่า ในปีนี้แนวโน้มที่ธุรกิจขนาดใหญ่และกลางทั่วโลกมีความเสี่ยงสูงที่จะล้มละลายในปี 2555 โดยบริษัทที่เสี่ยงล้ม คือ บริษัทที่ถือครองพันธบัตรผลตอบแทนสูงและเครดิตต่ำ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางที่มีมูลค่าระหว่าง 200-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากการปรับโครงสร้างหนี้ของธุรกิจเหล่านี้มักเป็นไปอย่างยากลำบาก
นอกจากนี้ ชาแธม เฮาส์ สถาบันคลังปัญญาชั้นนำของอังกฤษ ระบุอีกว่า เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอ่อนแอเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรง หรือมีสงครามครั้งใหญ่จนทำให้เกิดการหยุดชะงักสถานะของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันจะสามารถแบกรับภาวะดังกล่าวได้เพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น
ด้านสถานการณ์ของประเทศกลุ่มยูโรโซน ยูโรสแตต หน่วยงานด้านสถิติของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในยูโรโซนเดือน พ.ย. 2554 ยังคงอยู่ในระดับที่สูงเท่าเดิม คือ 10.3% ซึ่งถือได้ว่าสูงที่สุด ซึ่งเทียบได้ว่ามีประชาชนในเขตยูโรโซนอยู่ในภาวะว่างงานสูงถึง 16.3 ล้านคน อันเป็นผลมาจากวิกฤตหนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อ จนทำให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรป จนทำให้ต้องตัดลดบุคลากร และภาครัฐต้องเดินหน้าแผนรัดเข็มขัดตัดลดค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม กูรูด้านเศรษฐกิจทั่วยุโรปซึ่งแสดงความเห็นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการประกาศใช้เงินยูโร กล่าวยอมรับความสำเร็จของระบบสกุลเงินเดียวแบบยูโร และยืนยันเดินหน้าใช้ระบบสกุลเงินเดียวต่อไป พร้อมเร่งให้ผู้นำยุโรปร่วมมือแก้ปัญหาวิกฤตหนี้
สหรัฐ-อียูเห็นพ้องคว่ำบาตรกดดันยุตินิวเคลียร์ อิหร่านกร้าวพร้อมโต้
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดในอิหร่านเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มประเทศยุโรปเห็นพ้องในหลักการยุติการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกต่ออิหร่านครั้งล่าสุด เพื่อกดดันอิหร่านให้ยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ลงนามบังคับใช้กฎหมายตัดบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารกลางอิหร่านออกจากระบบการเงินของสหรัฐ ซึ่งเท่ากับเป็นการบีบให้ประเทศต่างๆ เลิกทำการค้ากับอิหร่านทางอ้อม
การสั่งห้ามนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านในครั้งนี้ จะส่งผลให้รัฐบาลเตหะรานต้องหาผู้ซื้อน้ำมันรายใหม่ครั้งใหญ่ โดยอิหร่านจะเพ่งเล็งมาที่ประเทศในทวีปเอเชียเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม อิหร่านคงจำเป็นต้องยื่นข้อเสนอส่วนลดการซื้อน้ำมันจำนวนมหาศาลเพื่อดึงดูดผู้ซื้อชาติอื่นๆ และยอมรับรายได้ที่ลดลง
ขณะที่ประธานาธิบดี โอบามา แห่งสหรัฐ เตรียมเผยแผนยุทธศาสตร์ทางทหารฉบับปรับปรุง โดยเน้นมาให้ความสำคัญกับการรับมือภัยคุกคามจากจีนและอิหร่านเพิ่มมากขึ้น หลังเกิดกระแสข่าวลือว่าอาจเกิดสงครามอิหร่านในอนาคต
ขณะเดียวกัน อิหร่านเตือนสหรัฐว่าไม่ควรเคลื่อนพลกองทัพเรือบรรทุกเครื่องบินกลับเข้ามายังอ่าวเปอร์เซียอีก หลังสหรัฐได้เคลื่อนพลออกจากพื้นที่ หลังจากทางการอิหร่านประกาศซ้อมรบยิงขีปนาวุธในบริเวณดังกล่าวเป็นระยะเวลา 10 วัน และอิหร่านจะลงมือตอบโต้ทันที หากสหรัฐยังคงดึงดันที่จะกลับเข้ามาในพื้นที่
นอกจากนี้ อิหร่านประกาศว่ากำลังเตรียมจัดการซ้อมรบทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่ในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งถือเป็นการซ้อมรบขั้นที่ 7 ของการซ้อมรบประจำปี เพื่อแสดงศักยภาพการป้องกันตัวเองของอิหร่านอีกด้วย
เปิดฤดูกาลเลือกตั้งสหรัฐ ‘รอมนีย์’ ชนะหยั่งเสียง พร้อมชิงเก้าอี้ปลายปีนี้
ด้านสหรัฐ ฤดูกาลมหากาพย์การเลือกตั้งสหรัฐเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ หลังมีการเปิดการลงคะแนนหยั่งเสียงขั้นต้น (คอร์คัส) ในรัฐไอโอวา โดยที่ มิต รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ชนะการหยั่งเสียง ขึ้นแท่นเป็นตัวเก็งคว้าสิทธิตัวแทนพรรคลงชิงชัยประธานาธิบดีกับประธานาธิบดี โอบามา ปลายปีนี้ โดยเบียดคู่แข่ง ริก แซนทอรัม อดีตสมาชิกวุฒิสภาอย่างฉิวเฉียด
ทั้งนี้ รอมนีย์ สามารถเรียกคะแนนเสียงได้ดี ด้วยการชูความสำเร็จด้านธุรกิจเป็นจุดเด่น และได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสมาชิก จอห์น แมคเคน ตัวแทนพรรครีพับลิกันเมื่อ 4 ปีก่อน พร้อมยืนยันว่าจะสามารถคว้าชัยชนะครั้งต่อไปที่รัฐนิวแฮมเชียร์ ในวันที่ 10 ม.ค.ได้
ทั้งนี้ การหยั่งเสียงที่รัฐไอโอวา เป็นการหยั่งเสียงขั้นต้นที่จัดขึ้นเป็นรัฐแรกของประเทศ โดยการหยั่งเสียงนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิออกเสียงของพรรคได้เลือกผู้สมัครที่จะไปเป็นตัวแทนของพรรค เพื่อไปเข้าร่วมการประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งจะจัดขึ้นปลายเดือน ส.ค. ก่อนที่จะเลือกผู้สมัครคนสุดท้ายเพื่อลงชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีกับ โอบามา ในปลายปีนี้







