
โตเกียว เทรนดี้
Nakamichi ถนนเล็กๆ สายนี้มีเสน่ห์ตลอดเส้น เป็นถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านคิชิโจจิ
Nakamichi ถนนเล็กๆ สายนี้มีเสน่ห์ตลอดเส้น เป็นถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดในย่านคิชิโจจิ
และเป็นถนนที่น่าเดินเล่นเป็นที่สุดในย่านนี้ด้วยเช่นกัน จากป้ายปากทางเข้าถนน เดินเข้าไปหน่อยเดียวจะเจอร้านขายของมือสอง Komehyo ใครชอบของมือสองรับรองถูกใจ เพราะในบรรดาร้านขายของมือสองทั้งหลาย Komehyo ถือเป็นหนึ่งในแถวหน้าของยุทธจักรกันเลยก็ว่าได้ จากจุดเริ่มต้นที่ขายเสื้อผ้ามือสองและค่อยๆ ขยับขยายไลน์สินค้ามาจนใหญ่บะเริ่มเฮิ่ม มีตึกใหญ่ในนาโกยาแถววัดโอสึ (Osu Kannon) ใหญ่กว่าห้างสรรพสินค้าบางแห่งในบ้านเราเสียอีก ที่สำคัญคือทั้ง 6 ชั้น เป็นสินค้ามือสองทั้งหมด ด้วยระบบรับซื้อแพงที่สุดเท่าที่จะให้ได้และขายถูกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงทำให้ Komehyo เป็นที่ถูกใจทั้งผู้ซื้อและผู้นำไปขาย โดยเฉพาะการนำของไปขายที่ร้านมือสองในญี่ปุ่นนั้น ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขามีผู้ชำนาญการด้านการดูคุณภาพสินค้าและตีราคา ใครที่ว่าแน่ๆ ใน
เมืองไทยไปเจอคนพวกนี้เป็นอึ้ง เพราะเขาดูละเอียดมาก อย่างกระเป๋าแบรนด์เนมนี่ ถ้าเลาะตะเข็บออกมาดูได้คงเลาะกันแล้ว ของปลอมไม่มีทางรอดสายตา ของด้อยคุณภาพเขาเห็นหมด ไปตกน้ำมาหรือเคยขึ้นรามา ไม่มีทางรอดสายตาคนพวกนี้ คนญี่ปุ่นเลยค่อนข้างจะรักษาของและดูแลเป็นอย่างดี เพราะเวลาอยากได้ของรุ่นใหม่แต่บังเอิญมีรายได้ไม่มากนัก ก็จะเอาของเก่าไปขาย และถ้าคุณภาพยังได้ประมาณ 70-80% ก็อาจได้ราคาที่น่าพอใจ ยิ่งถ้าได้คุณภาพระดับ 90% รับรองว่าราคางาม เพราะที่นี่เขาตีราคาตามคุณภาพของสินค้า ส่วนลูกค้าที่จะมาซื้อหาก็พอใจ เพราะเขาคัดของมาให้เรียบร้อยแล้ว อยากได้ของที่ดูใหม่หน่อยก็จ่ายแพงหน่อย แต่ถ้างบน้อยก็เอาคุณภาพพอหิ้วได้ เหมือนกระเป๋าของเราเองที่ใช้มาในระดับหนึ่งแล้วก็ไม่เสียหายอะไร
เท่าที่ผมสังเกตลูกค้าของร้าน Komehyo มักจะเห็นเป็นคุณสุภาพสตรีเสียส่วนใหญ่ เพราะดูจากสินค้าแล้วมันยั่วน้ำลายคุณผู้หญิงแทบทั้งสิ้น อาทิ กระเป๋าแบรนด์เนม (อันนี้เหมือนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคุณสุภาพสตรีชาวญี่ปุ่น) เครื่องประดับ อัญมณี นาฬิกา เสื้อขนสัตว์ ฯลฯ ของคุณสุภาพบุรุษก็มีบ้าง แต่ไม่มากเท่า อาจเป็นเพราะวิธีการได้มาซึ่งสินค้า มาจากการรับซื้อของใช้แล้ว เรื่องแบบนี้คุณผู้ชายสู้ไม่ได้ด้วยปัจจัยหลายประการ อย่างแรกคือเรื่องเวลา ในฐานะหัวหน้าครอบครัวก็ต้องออกไปทำงานแต่เช้า กว่าจะเลิกงานและกลับถึงบ้านก็ดึก คงไม่มีเวลาเอาของไปขาย อย่างที่สองนี่เป็นเรื่องหน้าตา ใครมาเห็นเข้าเดี๋ยวแอบเอาไปเมาท์ในออฟฟิศนี่อายแย่ แต่ทั้งสองเหตุนี้ไม่มีผลกระทบกับคุณผู้หญิง โดยเฉพาะคุณแม่บ้าน เพราะเรื่องเวลานี่เหลือเฟือครับ โดยเฉพาะเวลากลางวัน เสร็จงานบ้านช่วงเช้าแล้วก็ว่าง เรื่องอายนี่ไม่ต้องห่วง เพราะคุณแม่บ้านโดยมากมักจะไม่ไปคนเดียว แต่จะมีกลุ่มก๊วนเพื่อนแม่บ้านด้วยกันคอยไปช่วยต่อรองช่วยกันเชียร์ ลูกค้าขาใหญ่ของ Komehyo ก็คือบรรดาแม่บ้านนี่แหละครับ
ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งคือคุณผู้หญิงที่ทำงานยามค่ำคืน โดยเฉพาะบรรดาน้องหนูที่ทำงานกันในคลับในบาร์ น้องๆ เหล่านี้เขามีวิธีการออดอ้อนลูกค้ารุ่นป๋าทั้งหลาย แต่คุณเธอก็รู้ว่าคุณป๋านั้นไม่โง่ จะออดอ้อนเอาเงินเอาทองก็จะดูไม่ดีเสียกิริยากันไป เลยมักจะอ้อนเอาของ คุณป๋าเห็นว่าได้มาเดินซื้อของกับน้องหนูเหล่านี้ก็เป็นสง่าราศีแก่ตัวเลยไม่ขัด น้องๆ จะเอาอะไรก็จัดไป จะจัดใหญ่จัดหนักก็ขึ้นอยู่กับฐานะของบรรดาป๋าๆ เหล่านั้น แต่ความฉลาดของน้องหนูนี่เยี่ยมเกินกว่าป๋าจะตามทัน วันแรกน้องมากับป๋าอ้วนไปเดินเลือกกระเป๋าแบรนด์ดังมา 1 ใบ หิ้วเดินเล่นกับป๋าไป 1 วัน วันถัดไปไปกับป๋าผอมก็ไปอ้อนเอากระเป๋าแบรนด์เดียวแบบเดียวกันกับใบที่ป๋าอ้วนซื้อให้ ที่นี้น้องหนูก็มีกระเป๋าคู่แฝด 2 ใบ ครั้นจะเก็บไว้ก็หาประโยชน์อันใดมิได้ สู้เอาไปขายร้านรับซื้อของมือสองเปลี่ยนเป็นเงินมาใช้ให้สบายอกสบายใจ กระเป๋าที่เพิ่งถอยออกมาได้ไม่เกิน 2 วัน สภาพยังใหม่สมบูรณ์เกือบ 100% ท่านผู้อ่านลองนึกตามว่าเธอเหล่านั้นจะได้เงินมากน้อยขนาดไหน และเดือนเดือนหนึ่งคงไม่มีแค่เธอคนเดียวที่ทำแบบนี้ เพราะฉะนั้นจงอย่าแปลกใจ เมื่อท่านไปญี่ปุ่นแล้วเจอของมือสองที่ใหม่แกะกล่อง ในราคาถูกกว่าที่ร้านประมาณ 10% เพราะที่มาของสินค้าเหล่านี้ ก็น้องหนูพวกนี้แหละครับเขาเป็นคนจัดหามาขายให้ร้าน บางท่านอาจสงสัยว่าแล้วคุณป๋าๆ จะไม่เคืองเอาเหรอ ก็น้องหนูเขาวางแผนมาดี ของที่ป๋าทุกคนซื้อให้ในเดือนนั้นมันเหมือนกันทุกชิ้นไงครับ ไม่ว่าป๋าคนไหนมาเจอน้องหนูเมื่อไหร่ก็จะเห็นน้องเค้าใช้กระเป๋าใบนั้นเสมอ หัวใจเหี่ยวๆ ก็เลยพองโต เดือนต่อไปน้องอยากได้อะไร ป๋าพาไปสอยมาอีกแน่นอน
แต่สำหรับร้าน Komehyo ที่คิชิโจจินี้ เป็นสาขาที่รับซื้อเสียเป็นส่วนใหญ่ อาจเป็นด้วยเหตุที่แถบนั้นเป็นชุมชนเมืองและมีที่พักอาศัยอยู่ไม่น้อย ก็เลยมาบริการรับซื้อของกันถึงถิ่น ไม่ต้องให้บรรดาคุณแม่บ้านต้องลำบากเดินทางไกลไปถึงชินจูกุหรือกินซ่า และถ้าอยากกลับข้างเป็นฝ่ายซื้อ เขาก็มีบริการสั่งของทางออนไลน์ สั่งของวันนี้พรุ่งนี้มาดูของ ถูกใจก็รับของจ่ายเงินกันไป สะดวกกันทั้งสองฝ่าย ทางร้านไม่ต้องสต๊อกของไว้มากให้เปลืองพื้นที่ คุณแม่บ้านเดินผ่านร้านทุกวันอยู่แล้ว ได้ของช้าไปวันเดียวคงไม่เสียอารมณ์เกินไป แต่การรับซื้อของของเขาก็มีกฎเคร่งครัด ไม่ใช่ใครก็มาขายได้ เช่น อายุต่ำกว่า 20 มาขายไม่ได้ (คงกลัวจะไปเอาของแม่มาขายมั้ง) ต้องมีบัตรหรือเอกสารแสดงตนพร้อมแสดงที่พำนัก (สงสัยป้องกันคนขโมยของคนอื่นมาขาย) อย่างน้อยวิธีการเหล่านี้ก็ป้องกันมิจฉาชีพได้ในระดับหนึ่ง ไม่รู้ว่าบ้านเรามีวิธีป้องกันแบบนี้บ้างไหม ใครทราบช่วยบอกทีครับ







