posttoday
ป.ล.ด้วยรักและคิดถึง Episode 1

ป.ล.ด้วยรักและคิดถึง Episode 1

25 ธันวาคม 2554

หากมีคนพิเศษสักคนส่งข้อความมาพร้อมกับคำลงท้ายว่า “ป.ล.ด้วยรักและคิดถึง” ก็คงจะทำให้ผู้รับดีใจไม่น้อย

หากมีคนพิเศษสักคนส่งข้อความมาพร้อมกับคำลงท้ายว่า “ป.ล.ด้วยรักและคิดถึง” ก็คงจะทำให้ผู้รับดีใจไม่น้อย

หัวใจอาจเต้นผิดจังหวะไปสัก 3 วินาที โดยไม่ผิดกติกาแพทย์ หากคนคนนั้นยังมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ผู้รับและผู้ส่งก็คงจะเกิดความเบิกบานใจและเต็มไปด้วยความหวังที่จะมาพบกันในเร็ววัน แต่หากคนคนนั้นไม่ได้อาศัยอยู่บนโลกนี้แล้วเล่า คำว่า “ป.ล.ด้วยรักและคิดถึง” ก็คงจะเป็นเหตุให้ผู้อ่านข้อความนี้น้ำตาหลั่งรินทุกคราวที่ยกขึ้นมาอ่านดู

“การพลัดพรากจากคนที่รักเป็นทุกข์” เป็นเสียงที่ก้องอยู่ในสมอง ขณะที่ “เชกา” เดินผ่านชายหญิงวัยต่างๆ กันที่กำลังนั่งลงหารายชื่อของบุคคลผู้วายชนม์อันเป็นที่รักบนกระดาษพิมพ์รายชื่อที่ติดไว้รอบแท่นหินกลางลานกว้างใน “สวนชองอา” เพื่อที่จะติดช่อดอกไม้เล็กๆ ลงบนชื่อนั้น หลายคนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาและใช้นิ้วลูบไล้ชื่อนั้นอย่างทะนุถนอม....

ป.ล.ด้วยรักและคิดถึง Episode 1

วันนี้เป็นวันหยุดในช่วงเทศกาลชูซอก ชาวเกาหลีจะเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นวันรวมญาติและรำลึกถึงคนที่ลาจากโลกนี้ไปแล้ว ดังนั้นที่นี่จึงมีผู้คนทุกเพศทุกวัยเดินทางมากันอย่างคับคั่ง ... “เชกา” ก็เป็นหนึ่งในขบวนญาติ ที่มาเพื่อรำลึกถึงผู้วายชนม์ที่เถ้ากระดูกพำนักในอาคารใหญ่ 2 หลังที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินเขาของสวนชองอาในเมืองพาจู...ท่านคือสามีอันเป็นที่รักยิ่งของเพื่อนสนิท ที่จากไปด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อ 2 ปีก่อน

น่าเสียดายที่พี่ผู้เปรียบเสมือนพี่เขยคนโตคนนี้ได้จากไปตั้งแต่อายุเพียง 50 ต้นๆ เชกายังจำความสุภาพและจริงใจในการต้อนรับทุกครั้งที่ “เชกา” ไปเกาหลี เขามักบอกว่า “มานอนที่บ้านสิ อย่าไปเสียเงินนอนโรงแรมเลย” พร้อมกับแสดงฝีมือทำอาหารอร่อยๆ ให้อิ่มเอมได้เสมอๆ... เขาเป็นผู้ชายเกาหลีที่อ่อนโยนต่อครอบครัวได้มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่เชกาจะติดตามเพื่อนสนิทผู้สูญเสียสามีไปในวัยยังสาว มาเยี่ยมคารวะพี่คนนี้ถึงบ้านใหม่ใน “สวนชองอา” ที่พี่จะได้พักผ่อนอย่างมีความสุขตลอดไปกับพระเจ้าตามความเชื่อทางศาสนาของเขา....

“สวนชองอา” เป็นสวนบนเนินเขาที่มีอาคารสุสานอันทันสมัย 2 หลังตั้งเด่นอยู่บนเนินเขา ตัวอาคารติดตั้งระบบปรับอากาศเพื่อระบายอากาศและความชื้นไว้อย่างดี ตั้งแต่ชั้นบนสุดจนถึงชั้นใต้ดิน 2 ชั้น มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพที่ให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการเก็บเถ้ากระดูกของคนในครอบครัวไว้ เพื่อมารำลึกถึงและจัดพิธีกราบไว้ตามประเพณี...

การตายจากของคนในครอบครัวถือเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของคนเกาหลี บรรดาญาติโดยเฉพาะญาติใกล้ชิดสายตรง คือ ลูกภรรยาสามี จะไม่เก็บกดความเศร้านั้นไว้ แต่จะร้องไห้ออกมาอย่างแทบจะสิ้นสติในพิธีศพ ครั้งแรกที่เชกาได้ไปงานศพแบบเกาหลี คือ พิธีศพของคุณย่าเพื่อน เห็นลูกสะใภ้ของท่าน (คุณแม่ของเพื่อน) ร้องไห้ฟูมฟายเกลือกกลิ้งกับพื้นจนน่าตกใจ จนกระทั่งเพื่อนไปสะกิดว่า “พอแล้วแม่” ท่านพลันนิ่งสงบลงได้ในทันใด!!!....

ประเพณีเกาหลีดั้งเดิมจะไม่เผาศพคนในครอบครัว ยกเว้นการตายโดยโรคติดต่อร้ายแรง แต่จะฝังศพในสุสาน หรือ “มูดอม ” เช่นเดียวกับประเพณีจีน เมื่อเสียชีวิตผู้วายชนม์จะถูกคลุมร่างด้วยผ้าขาว กั้นฉากด้านหน้าพร้อมตั้งโต๊ะกระถางธูปและรูปผู้วายชนม์ จากนั้นนำป้ายระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในบ้านไปแขวนไว้หน้าประตู ลูกชายคนโตต้องแต่งกายด้วยผ้าดิบ ผ้าป่าน หรือผ้าใยกัญชา และทำหน้าที่ “ซังจู – – เจ้าภาพงานศพ” ...วันแรกเป็นเวลาของครอบครัว เข้าวันที่ 2 จึงทำความสะอาดร่างผู้วายชนม์ ใส่ชุดใหม่ให้ แล้วจึงเชิญร่างบรรจุลงโลงศพ และนำไปไว้หลังฉากอีกครั้ง นับเป็นความฉลาดของคนเกาหลีอยู่มาก เพราะสมัยก่อนไม่มีเครื่องวัดความดันหรือหูฟังเสียงหัวใจเต้นเสียด้วย การรอศพไว้ 1 วัน ก็เผื่อจะฟื้น หากเข้าวันที่ 2 ยังไม่ฟื้นก็แน่นอนว่าคงเสียไปจริงๆ วันนี้จึงติดริบบิ้นสีดำลงบนรูปของผู้วายชนม์ เป็นการยืนยันว่า...ไปลับไม่กลับมาแน่นอน

วันที่ 2 นี้ เจ้าภาพจะปูเสื่อเนื้อหยาบลงข้างโต๊ะกระถางธูป ...ที่ต้องเป็นเสื่อหยาบแม้ว่าจะมีเงินซื้อเสื่อชั้นดีมากมายก็ตาม เพราะเสื่อหยาบหมายถึง บาปกรรม ความไม่ดี ไม่ประณีต... “ซังจู” จะนั่งเงียบๆ บนเสื่อนั้นขณะทำพิธี ซึ่งหมายถึงลูกหลานจะชดใช้บาปกรรมนั้นแทนบิดามารดา... แขกจะได้รับอนุญาตให้มาร่วมพิธีได้ในวันนี้ และตามประเพณี... แขกทุกคนจะนำเงินช่วย หรือ “บูโจกึม – ” ใส่ซองไปมอบแด่เจ้าภาพ ไม่ว่าเจ้าภาพจะเป็นเจ้านายที่มีเงินมากกว่าผู้ให้ก็ตาม ให้น้อยมากแล้วแต่กำลังค่ะ เพราะเป็นการแสดงความเสียใจที่สำคัญยิ่งแต่โบราณ

เช้าวันที่ 3 วันสุดท้าย จะมีพิธีเคารพผู้วายชนม์สั้นๆ โดยประกาศคุณความดีของท่าน จบลงที่แขกจะจุดธูปใส่กระถาง จากนั้นลูกหลานก็ช่วยกันแบกโลงศพไปยังสุสาน ...หลายตระกูลมีสุสานประจำตระกูล ซึ่งฝังร่างบรรพบุรุษทุกรุ่นในผืนดินนี้ เป็นที่แห่งอดีต แห่งปัจจุบัน และแห่งอนาคต คนในตระกูลจะรู้ว่าหลังจากตนเองตายไปแล้วจะมาอยู่ที่นี่แน่นอน จะว่าไปความคิดนี้สร้างความสบายใจให้ผู้กำลังเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างประหลาด เพราะไม่ต้องเกรงกลัวชีวิตหลังความตาย ด้วยรู้ว่า “ตายแล้วจะไปอยู่ที่ไหน” !!!!

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69