
เวิลด์แบงก์เตือนศก.โลกเริ่มดิ่ง
เหตุแผนแก้หนี้อียูไร้ประสิทธิภาพฟิทช์เฉือนคาดการณ์เติบโตปีหน้า
เหตุแผนแก้หนี้อียูไร้ประสิทธิภาพฟิทช์เฉือนคาดการณ์เติบโตปีหน้า
เวิลด์แบงก์-โออีซีดี เห็นพ้องเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว เหตุแผนแก้วิกฤตหนี้ยุโรปไร้ผล ฉุดเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวซ้ำ
โรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลกออกโรงเตือนว่า แม้บรรดาผู้นำยุโรปจะได้ข้อตกลงกู้วิกฤตหนี้ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดด้านวินัยการคลังของประเทศยูโรโซนในการประชุมสุดยอดผู้นำอียูเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศทั่วโลก
โซลลิก กล่าวว่า ข้อตกลงกู้วิกฤตหนี้ดังกล่าวถือเป็นการบังคับให้ธนาคารของยุโรปจำเป็นต้องเพิ่มทุน ซึ่งเป็นการบังคับให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้น้อยลง ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในแถบยุโรปกลาง ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ซึ่งมีธนาคารของยุโรปตะวันตกตั้งอยู่ ต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจลงไปอีก
ขณะเดียวกันองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เปิดเผยว่า ดัชนีนำภาวะเศรษฐกิจชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ จีน และแคนาดาต้องเผชิญสภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประกาศตัดลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจาก 2.7% มาอยู่ที่ 2.4% โดยให้เหตุผลว่า แม้ว่าบรรดาผู้นำยุโรปสามารถบรรลุข้อตกลงแก้วิกฤตหนี้ได้ ทว่าความกังวลของตลาดยังอยู่ในระดับสูง
ด้านมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ประกาศเตรียมหั่นอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารของสเปน 8 แห่ง โดยให้เหตุผลว่า ทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยงและความสามารถในการทำกำไรก็ลดลงอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ วันเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ประกาศลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเทศกลุ่มยูโรโซนรายสัปดาห์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนตัดลดต้นทุนการกู้ยืมและแก้วิกฤตหนี้ยุโรปลงอย่างมาก โดยในสัปดาห์ที่แล้วอีซีบีเข้าซื้อพันธบัตรเพียง 635 ล้านยูโร ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่เข้าซื้อสูงถึง 3,662 ล้านยูโร ส่งสัญญาณให้เห็นว่า อีซีบีจะไม่เข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มเติมเพื่อกู้วิกฤตหนี้ตามที่รัฐบาลกลุ่มประเทศยุโรปเรียกร้อง







