
โลกมองไทย
เพราะขึ้นชื่อเรื่องการรณรงค์เรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออกอย่างแรงกล้าในทั่วทุกมุมโลก
เพราะขึ้นชื่อเรื่องการรณรงค์เรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออกอย่างแรงกล้าในทั่วทุกมุมโลก
สื่อต่างชาติจึงคาดหวังว่าสหรัฐจะมีปฏิกิริยารุนแรงตอบโต้ไทยกรณี โจ กอร์ดอน ชาวไทยสัญชาติอเมริกัน ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง และผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กรณีเผยแพร่ถ้อยคำจากการแปลเอกสารลงคอมพิวเตอร์
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของสหรัฐคือการแสดงความเป็นห่วงต่อคำพิพากษาของศาลไทย พร้อมกับยืนยันว่า สหรัฐสนับสนุนสิทธิการแสดงออกทั่วโลกบนพื้นฐานเสรีภาพสากล
สำนักข่าวเอพีจึงได้ตั้งคำถามถึงสาเหตุที่สหรัฐตัดสินใจเงียบและระมัดระวังคำพูดมากขึ้นต่อกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นในไทย
รายงานระบุว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาหากสหรัฐไม่พอใจกับการจับกุมหรือจำคุกชาวอเมริกันของประเทศใด สหรัฐมักจะมีการตอบโต้ที่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกดดันให้ประเทศนั้นๆ ปล่อยตัวชาวอเมริกันทันที และเรียกร้องให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
ดังนั้น เอพีจึงมองว่า ท่าทีของสหรัฐต่อไทยในครั้งนี้ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์ต่างชาติ น่าจะมีสาเหตุ 3 ประการ
สาเหตุแรกอาจเป็นเพราะทางสหรัฐมองว่าการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ อาจเป็นอุปสรรคต่อการขอพระราชทานอภัยโทษของกอร์ดอน
สาเหตุที่สอง คือ สหรัฐไม่ต้องการบั่นทอนความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 178 ปี กับไทย โดยเอพีมองว่า ภายหลังที่มุ่งความสนใจไปที่การทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถานมานานถึงหนึ่งทศวรรษ ขณะนี้สหรัฐจ่อขยายอิทธิพลในเอเชียมากขึ้น จึงต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับชาติต่างๆ ในภูมิภาค
และสาเหตุสุดท้าย คือ สหรัฐอาจทราบดีว่าเรื่องกฎหมายหมิ่นเบื้องสูงนั้นเป็นเรื่องที่อ่อนไหวเพียงใดในสังคมไทย
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่า สหรัฐตระหนักดีว่ามีผลประโยชน์อะไรในไทย ดังนั้นการเงียบก็อาจเป็นหนทางเดียวที่จะรักษาผลประโยชน์เหล่านี้ได้







