
ยังไม่เสร็จ
หลังจากที่ล้มเหลวไม่ทันเส้นตายในการประชุมที่โคเปนเฮเกน เมื่อปี 2009
หลังจากที่ล้มเหลวไม่ทันเส้นตายในการประชุมที่โคเปนเฮเกน เมื่อปี 2009
โดย..นันทิยา วรเพชรายุทธ
จนมาถึงที่ประชุมแคนคูนในปีถัดมา แต่ในที่สุด 190 ประเทศทั่วโลก ก็สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้แล้วเมื่อ 11 ธ.ค.นี้ ในที่ประชุมเดอร์บัน แอฟริกาใต้
ชื่อเต็มๆ ของเวทีประชุมนี้คือ การประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) แต่เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น นี่คือการประชุมเพื่อหาข้อตกลง “ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวพันกับอุตสาหกรรม จีดีพี และเม็ดเงินมหาศาล
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมการประชุมสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องใหญ่ มีการล็อบบี้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย และต้องใช้เวลาหลายปีทั้งที่เลยเส้นตายมาแล้ว
สาระสำคัญของการประชุมในรอบหลายปีมานี้ก็คือ การเตรียมหาข้อตกลงใหม่แทนที่พิธีสารเกียวโต ซึ่งจะหมดอายุลงในปี 2012
ฝั่งประเทศอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่ลงนามในพิธีสารเกียวโตแล้ว ต้องการให้มีข้อตกลงฉบับใหม่ ที่ดึงเอาประเทศกำลังพัฒนาแต่เป็นผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่อย่างจีนและอินเดีย มาร่วมลดการปล่อยก๊าซ โดยอยู่ภายใต้ข้อบังคับทางกฎหมายเหมือนๆ กัน
แต่ฝั่งจีนและอินเดียก็ผนึกกำลังกับประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่คัดค้านและเสนอให้ต่ออายุพิธีสารเกียวโตออกไปมากกว่า โดยอ้างว่าประเทศกำลังพัฒนายังไม่ควรต้องมาร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่ชาติอุตสาหกรรม ปล่อยก๊าซอย่างหนักมานานหลายสิบปีก่อนหน้านี้ โดยขอให้ลดการปล่อยก๊าซโดยสมัครใจแทน
ผลการประชุมเมื่อ 11 ธ.ค. ได้ข้อตกลง (เบื้องต้น) ว่าจะขยายเวลาพิธีสารเกียวโตออกไป จากที่จะหมดอายุลงในปี 2012 ให้ขยายอายุต่อไปจนถึงปี 2017
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่หลายฝ่ายเรียกว่าเป็นการตกลงครั้งสำคัญก็คือ สามารถดึงทุกประเทศ หรือเรียกง่ายๆ ว่าดึง 3 ยักษ์ใหญ่ คือ จีน อินเดีย และสหรัฐ ให้เข้าร่วมข้อตกลงลดการปล่อยก๊าซโดยมีผลทางกฎหมายได้
ทว่าข้อตกลงที่ว่า กลับยังไม่มีรายละเอียดใดๆ โดยเฉพาะสัดส่วนลดการปล่อยก๊าซ
ขณะที่กองทุนสีเขียวช่วยประเทศยากจนต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งประกาศมาตั้งแต่ครั้งเวทีโคเปนเฮเกน เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ยังไม่มีรายละเอียดเช่นกันว่าเงินทุน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จะมาจากไหน
ถ้านี่เป็นการประชุมที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น สงสัยดาวโจนส์อาจร่วงสักกว่า 200 จุด ก็เป็นได้
เพราะเป็นความสำเร็จที่ยังไม่เสร็จสักเรื่องจริงๆ







