
บอนด์ศก.เกิดใหม่เนื้อหอมต่างชาติแห่ลงทุนหนียูโรโซน
พันธบัตรกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่เนื้อหอมหลังสหรัฐ-ยูโรโซนฟุบ
พันธบัตรกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่เนื้อหอมหลังสหรัฐ-ยูโรโซนฟุบ
เอเอฟพีรายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่า นักลงทุนตะวันตกต่างพากันแห่เข้าลงทุนในพันธบัตรประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่กันอย่างคับคั่งเนื่องจากให้ผลตอบแทนสูง และยังเป็นผลกระทบจากความไร้เสถียรภาพในตลาดพันธบัตรในสหรัฐและยุโรปที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาหนี้อย่างหนัก
เฮิร์ฟ เธียร์ด ผู้อำนวยการบริษัทลงทุน ปิเตอร์ ปารีส ในฝรั่งเศส ให้ความเห็นว่า ในปัจจุบันนั้นตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่มีสัดส่วนในตลาดพันธบัตรโลกอยู่ที่ราว 10-15% เพิ่มมากขึ้นจากเดิมในปี 2543 ซึ่งอยู่ที่ราว 6% โดยบริษัทกองทุนขนาดใหญ่ของโลกไม่ว่าจะเป็น พิมโค บีเอ็นวาย เมลลอนในสหรัฐ หรือธนาคารในสวิต เซอร์แลนด์ ต่างพากันพาเหรดเข้าลงทุนในตลาดเหล่านี้มากขึ้น
“นับตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมาเมื่อสหรัฐสูญเสียความน่าเชื่อถือที่ระดับ 3 A ไป ทำให้ตลาดพันธบัตรในประเทศเหล่านี้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น”
ขณะที่ทางด้าน บริจิต เลอ บริส หัวหน้าฝ่ายการลงทุนสินทรัพย์คงที่จากบริษัทจัดการกองทุนนาติซิส ให้ความเห็นว่า ในขณะนี้ผลตอบแทนจากพันธบัตรในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่มีความน่าดึงดูดมากทั้งในสกุลเงินดอลลาร์ และสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งสูงถึงมากกว่า 6% โดยเฉลี่ยมากกว่าพันธบัตรสหรัฐถึง 3 เท่าตัว
ในขณะนี้พันธบัตรบราซิลให้ผลตอบแทนมากที่สุด คือมากกว่า 12% ต่อปีในปัจจุบัน
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยพื้นฐานของประเทศเหล่านี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าในสหรัฐและยุโรปด้วย โดยในขณะที่ทางด้านองค์การเพื่อการพัฒนาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ให้ความเห็นว่า ทั้งสหรัฐและยุโรปกำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว แต่ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นั้น หลายชาติได้รับการปรับเครดิตความน่าเชื่อถือขึ้น เช่น บราซิล สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ได้ปรับเครดิตขึ้นไปที่ BBB
ส่วนประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก็ได้รับการปรับเครดิตขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วเช่นกัน ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนแต่มีศักยภาพรับมือกับวิกฤตได้ดีกว่า







