posttoday
'บาน-ยอง-กู-ฮวา-จาง 'สวยเร็ว แต่เบแค่มดกัด(พร้อมกันหลายตัว)

'บาน-ยอง-กู-ฮวา-จาง 'สวยเร็ว แต่เบแค่มดกัด(พร้อมกันหลายตัว)

04 ธันวาคม 2554

เมื่อสัปดาห์ก่อน “เชกา” พาเข้าไปในคลินิก “บาน-ยอง-กู-ฮวา-จาง การเสริมความงามกึ่งถาวร” เรียบร้อยแล้ว

เมื่อสัปดาห์ก่อน “เชกา” พาเข้าไปในคลินิก “บาน-ยอง-กู-ฮวา-จาง การเสริมความงามกึ่งถาวร” เรียบร้อยแล้ว

การเสริมความงามด้วยวิธีนี้ พนักงานที่มิใช่แพทย์ก็ทำได้ค่ะ หากได้รับการฝึกมาอย่างชำนาญ เพราะมิได้ทำให้เลือดตกยางออก (จำนวนมาก) ไม่ใช่การผ่าตัด เกาหลีจึงมีคลินิกประเภทนี้มากมายที่คอยเสริมความเข้มของใบหน้า เช่น เขียนคิ้วกึ่งถาวร ริมฝีปากสีชมพูกึ่งถาวร เสริมไรผมกึ่งถาวร ฯลฯ แต่ในเกาหลีนั้นมีการควบคุมกันอย่างเข้มงวด โดยสมาคม “บาน-ยอง-กู-ฮวา-จาง-ฮยอพ-ฮเว”

ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Semi Permanent MakeUp Association ทำหน้าที่ตรวจสอบและจัดสอบเพื่อออกใบรับรองการเป็นผู้ให้บริการ “เสริมความงามแบบกึ่งถาวร” นี้ด้วย นับว่าเป็นการบริหารจัดการความงามระดับชาติมิให้เกิดร้านเสริมสวยที่รับทำคิ้วทำหน้าโดยไม่มีใบรับรองใดๆ ซึ่งเป็นความเสี่ยงแก่ผู้บริโภคค่ะ

“ท่านลูกค้าที่ชื่อ คิม-- ถึงคิวของท่านแล้วค่ะ” ...อ้าว พอดีเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ประกาศเรียกเพื่อนไปแล้ว ตามกันมาเลยค่ะ เริ่มจากที่เคาน์เตอร์จะสอบถามถึงความต้องการและให้กรอกข้อมูลประวัติ สถานที่ติดต่อ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาเดินเข้าห้อง “ที่ปรึกษาความงาม” โดยมี “เชกา” ตามไปติดๆ ... โอ้ ห้องช่างสวยอะไรเช่นนี้ มือที่ถือกล้องถ่ายรูปสั่นระริก อยากกดชัตเตอร์จริงๆ ... ทว่า อย่าเลย ขืนยกกล้องขึ้นมาถ่ายเหมือนตอนนั่งรอที่ห้องโถง คงมิได้กลับออกไปดีๆ แน่ ... ที่สวยยิ่งกว่าห้องคือตัว “ที่ปรึกษาความงาม” ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกเครื่องแป้งอันวิลิศมาหรานั่นเอง เธอคงอายุราวสามสิบต้นๆ ผิว

'บาน-ยอง-กู-ฮวา-จาง 'สวยเร็ว แต่เบแค่มดกัด(พร้อมกันหลายตัว)

พรรณดีและหน้าเด้งมากค่ะ คมทั้งตา ทั้งปาก ...แน่นอนล่ะ คนที่จะมาทำหน้าที่ให้คำปรึกษาย่อมต้องดูดี ไม่งั้นบรรดาแขกทั้งหลายจะพากันวิจารณ์เมื่อกลับออกไปแล้วว่า “ขนาดหน้าตาพนักงานที่เป็นหน้าเป็นตาของคลินิกยังทำไม่สวย แล้วแขกๆ หน้าเกาหลีอย่างพวกเราจะสวยได้อย่างไรฮึ!” ...เธอเชื้อเชิญเราให้นั่งที่เก้าอี้รับแขกตรงหน้าบานกระจกโต๊ะเครื่องแป้งพอดี ทำเอานั่งแล้วแสนจะถูกใจทั้งเชกาและเพื่อน ซึ่งหลงผิดคิดว่าตัวเองนั่นงามไม่เลือกที่ เลยทำให้นั่งคุยไปก็ส่องกระจกไป เอียงซ้าย เอียงขวา กันอยู่นั่น ฮ่าๆ ...

“ขอดูใบหน้าใกล้ๆ หน่อยค่ะ ท่านลูกค้าต้องการจะทำส่วนไหนคะ” ที่ปรึกษาความงามขยับเข้ามา เพื่อนจึงเปิดหน้าผากเสยผมขึ้นไป พร้อมบอกว่า อยากจะเขียนคิ้ว ที่ปรึกษาเลยหยิบกระดาษขาวกับดินสอแรเงาสีดำเบอร์ใหญ่มาบรรจงวาดรูปคิ้วของเพื่อนให้ดู พร้อมทั้งชี้ที่รอยแหว่งตั้งแต่กลางถึงปลายคิ้วทั้งสองข้าง... “คิ้วของท่านลูกค้าแหว่งแบบนี้นะคะ ตามอายุที่มากขึ้น เมื่อเขียนคิ้วไปนานๆ ทำให้ขนคิ้วหลุดร่วงลงไปได้ค่ะ ควรที่จะต้องเสริมเส้นลงไปแบบนี้” ในทันใดเธอก็หยิบเอาดินสอเขียนคิ้วมาวาดลายเส้นลงบนคิ้วของเพื่อนไปทีละเส้นๆ เพื่อเติมเต็มรอยแหว่ง และบอกว่าควรลากคิ้วให้ยาวขึ้น รูปร่างคิ้วออกมาดูดีเชียวค่ะ เพื่อนทำหน้าพึงพอใจ จึงสอบถามวิธีการและค่าใช้จ่าย

เราก็เลยได้ความรู้กันว่า การเขียนคิ้วถาวรของเกาหลีนั้นมิใช่การสักด้วยเข็มจิ้มลงไปตามแนวรอยคิ้ว แต่มีขั้นตอนในการทำละเอียดเชียวค่ะ เพื่อคุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้า

อันดับแรก ในการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าจึงต้องทำการทดลองก่อนโดยยังมิได้ลงของจริง เริ่มจากต้องตรวจเช็กจุดที่จะต้องเสริมคิ้วแล้วจึงวาดโครงร่างของแนวคิ้วออกมาให้รับกับรูปทรงของใบหน้าโดยใช้ดินสอ เพื่อให้ลูกค้าดูว่าพึงพอใจหรือไม่

ขั้นตอนที่ 2 กันคิ้วให้เข้าที่เข้าทางตามแนวคิ้วที่วาดไว้

ขั้นตอนที่ 3 ต้องตรวจเช็กก่อนว่าแนวคิ้วทั้งสองข้างที่กันไว้เท่ากันทั้งสองข้างหรือไม่

ขั้นตอนที่ 4 ลงจุดมาร์กตามแนวคิ้วที่จะต้องเสริม

จากนั้นจึงใช้อุปกรณ์คล้ายใบมีดปลายคมสั้นๆ เป็นตัวนำร่องน้ำหมึกพิเศษที่ผสมให้ได้สีเดียวกับคิ้วเดิม ลงมือ “วาดคิ้วทีละเส้น” โดยค่อยๆ กดวาดลงไปบนผิวหนัง ทำให้เกิดรอยขูดตื้นๆ เลือดซิบน้อยๆ ความยาวเท่ากับขนคิ้ว ในขณะที่หมึกซึมลงไปตามรอยขูดเส้นคิ้วนั้น... จึงรู้ได้ว่าทำไมเกาหลีทำคิ้วออกมาสวย เพราะเขาวาดเส้นลงไปให้คล้ายกับขนคิ้วธรรมชาติที่สุดนั่นเอง... ค่าเขียนคิ้วถาวร รวมทุกอย่างแล้วราคา 300,000 วอนค่ะ (ราว 8,500 บาท) กับต้องมาคลินิกอย่างน้อย 3 ครั้ง คือครั้งแรก ตรวจเช็กและนัดวันเวลาทำ ครั้งที่ 2 เมื่อมาทำคิ้ว และครั้งที่ 3 เมื่อมาตรวจสอบหลังทำแล้ว 7 วัน

“แล้วตรงไรผมที่รอยแสกละคะ จะทำอย่างไร” เพื่อนสาวเปิดรอยแสกทั้งสองข้างซ้ายขวา โอ้พระเจ้า... “เชกา” เพิ่งสังเกตเห็นว่าไรผมตรงรอยแสกของเพื่อนแหว่งไปเยอะ จึงถามว่าทำไมเป็นเช่นนั้น เจ้าหล่อนก็ตอบมาเหมือนเดิม... “อายุมากขึ้นค่ะ ตรงรอยแสกเราใช้หวีดึงผมขึ้นบ่อยๆ ทุกๆ วัน ทำให้ผมหลุดร่วงไป ถี่เข้าๆ ต่อมรากผมอาจหลุดไป หรือเซลล์ไม่มีการสร้างเพิ่ม เพราะถึงวัยชะลอชรา ผมจึงไม่ขึ้นอีก” ...โฮ...ทำไมเป็นเช่นนั้นไปได้ ทุกวันนี้เราจึงควรเปลี่ยนแสกข้างผมบ่อยๆ ค่ะ มิฉะนั้นอาจล้านข้างเดียวได้... ต่อฉบับหน้าค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่