
หวั่นญี่ปุ่นสูญพันธุ์ หนุ่มสาวเมินเซ็กซ์เน้นครองโสด
ในขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ชาวญี่ปุ่นกำลังเรียกร้องให้ประชาชนในประเทศเร่ง “ช็อป ช็อป และช็อป”
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ในขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ชาวญี่ปุ่นกำลังเรียกร้องให้ประชาชนในประเทศเร่ง “ช็อป ช็อป และช็อป” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตทัดเทียมนานาประเทศ
อีกด้านหนึ่งของสังคม เหล่านักประชากรศาสตร์แดนปลาดิบก็กำลังเรียกร้องให้หนุ่มสาวญี่ปุ่นทุกคนช่วยรักษาเผ่าพันธุ์ของประเทศด้วยการเร่ง “ปั๊มลูก ปั๊มลูก และปั๊มลูก” กันอย่างจ้าละหวั่น
อันเนื่องมาจากผลสำรวจล่าสุดของสถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมของญี่ปุ่นชิ้นล่าสุด ชี้ให้เห็นว่าอีกไม่นานประชากรแดนปลาดิบมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์!
ว่ากันง่ายๆ คือ ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะไม่เห็นหนุ่มสาวหน้าตา “คิกขุอาโนเนะ” เหลืออยู่บนโลกใบนี้อีกเลยก็เป็นได้ เนื่องจากหนุ่มสาวแดนปลาดิบในสมัยนี้เน้นครองตัวเองเป็นโสด ไม่อยากแต่งงาน แถมยังเมินเซ็กซ์กันเพิ่มมากขึ้น
ทีมนักวิจัยญี่ปุ่นได้ทำการสอบถามหนุ่มสาวแดนปลาดิบ 1 หมื่นคนทั่วประเทศ พบว่าจำนวนชายชาวญี่ปุ่นที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี 61.4% ยังไม่มีแฟน ซึ่งเป็นตัวเลขที่พุ่งขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2548 ที่มีจำนวนชายโสดในประเทศเพียง 52.2% เท่านั้น
เช่นเดียวกับหญิงโสดชาวญี่ปุ่นรุ่นราวคราวเดียวกันเมื่อปี 2548 มีจำนวนเพียง 44.7% แต่ทว่าในปี 2554 นี้ จำนวนสาวโสดทะยานขึ้นไปแตะ 49.5% เลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น จากจำนวนหนุ่มสาวโสดญี่ปุ่นทั้งหมด นอกจากจะยังไม่มีคนรักแล้ว พวกเขาเหล่านั้นไม่คิดที่จะออกไปไขว่คว้าตามหารัก หรือแม้แต่เปิดตัวเองออกไปเข้าสังคมหาเพื่อนใหม่ๆ เพื่อเจอรักแท้อีกต่างหาก
เรียกว่า หนุ่มสาวโสดเหล่านั้นเลือกที่จะปิดตัวเองอยู่ในมุมเงียบ และแฮปปี้ที่จะดำเนินชีวิตต่อไปแบบไร้คนข้างกายกันมากขึ้น จนกลายเป็นเทรนด์ฮิตกันทั่วแดนปลาดิบ
ดังที่เห็นได้จากผลสำรวจเดียวกันระบุว่า กว่า 1 ใน 4 ของกลุ่มชายโสด และเกือบครึ่งหนึ่งของสาวโสดประกาศลั่นออกตัวแรงว่า ต้องการอยู่เป็นโสดต่อไปและไม่คิดแม้แต่จะมองหาคนรักเลยแม้แต่นิดเดียว
และที่น่าช็อกไปกว่านั้น คือ ชายหญิงโสดวัยกลางคนอายุระหว่าง 35-39 ปี ราว 30% เผยแบบไม่กั๊กว่า ตัวเองยังเวอร์จิ้น!
แบบว่า ถึงแม้ว่าจะอายุปูนนี้แล้ว ทว่ายังไม่เคยผ่านการเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะกับผู้ใดเลยแม้แต่คนเดียว
อย่างไรก็ตาม เหตุผลของการครองตัวเป็นโสดของหนุ่มสาวแดนปลาดิบกันมากขึ้นนั้น ไม่ใช่เพราะความเซลฟ์เฉพาะตัวแต่อย่างใด ทว่าเป็นเพราะปัญหาทางการเงินต่างหากที่เป็นอุปสรรคของการหาคู่
เรียวอิชิ คาเนโกะ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมของญี่ปุ่น กล่าวว่า หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจำนวนมากพร้อมใจบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องการที่จะอยู่เป็นโสดต่อไปและถอดใจที่จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใคร เนื่องจากไม่มีเงินแต่งงาน
เพราะประเพณีการแต่งงานของญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะยุ่งยากและซับซ้อนแล้ว ค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานนั้นก็แพงหูดับตับไหม้กันเลยทีเดียว
เพราะแค่งานแต่งงานแบบเล็กๆ สุดเบสิกอาจต้องใช้เงินมากถึง 3 ล้านเยน หรือราว 1.2 ล้านบาท
แค่ค่าเช่าชุดแต่งงานของเจ้าสาวแบบที่เรียบธรรมดาสุดๆ อย่างเดียวก็ปาเข้าไปเหยียบ 6 หมื่นบาทแล้ว
นอกจากนี้ สำหรับชายโสด การมีแฟนอาจหมายถึงความหายนะทางหน้าที่การงานเลยทีเดียว
เนื่องจากในสังคมการทำงานของญี่ปุ่นนอกจากคุณซารารีแมนทั้งหลายต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบทุ่มทั้งแรงกายใจเต็มร้อยแล้ว ชาวญี่ปุ่นก็ยังมีวัฒนธรรมไปดื่มกินสังสรรค์ก๊งเหล้ากันหลังเลิกงานอีกด้วย
เรียกว่า ถ้าผู้ใดชิ่งการดริงก์รอบดึกกับเจ้านาย เพราะต้องการดอดกลับบ้านก่อนเพื่อไปใช้เวลากับคนรักแล้วละก็ อาจต้องเผชิญกับสงครามเย็นในที่ทำงาน หรืออาจจะต้องติดแหง็กอยู่ในตำแหน่งต๊อกต๋อยต่อไปตลอดชาติเลยก็เป็นได้
เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นสาเหตุทำให้หนุ่มสาวแดนอาทิตย์อุทัยเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไร้คู่และไร้เซ็กซ์ เพื่อตัดปัญหาตั้งแต่ต้นลมนั่นเอง
ทว่า ทัศนคติเรื่องการหันมาครองตัวเป็นโสดของชาวญี่ปุ่นกันมากขึ้นนั้น ได้ส่งผลกระทบรุนแรงแบบที่ใครหลายคนอาจคาดไม่ถึง เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดน้อยที่สุดในโลก ในขณะที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนนักประชากรศาสตร์แสดงความวิตกกังวลว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ชาวญี่ปุ่นอาจต้องสูญพันธุ์หายไปจากโลกก็เป็นได้
นักประชากรศาสตร์คาดการณ์ว่า หากอัตราการเกิดยังน้อยและผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเช่นนี้ต่อไป ประชากรญี่ปุ่นอาจลดจำนวนลงฮวบฮาบจาก 127 ล้านคน ในปี 2548 มาอยู่ที่ราว 64 ล้านคน เมื่อสิ้นศตวรรษนี้ก็เป็นได้
ดังที่เห็นได้จากในปัจจุบัน คู่แต่งงานชาวญี่ปุ่นมีลูกเฉลี่ยคนละ 1.34 คนต่อคู่เท่านั้น ในขณะที่ 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรในตอนนี้อายุเกิน 65 ปีกันทั้งสิ้น
ถึงแม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเร่งสนับสนุนให้ประชากรมีลูกเฉลี่ยคนละ 2 คนต่อคู่ ก็ยังคงไม่สามารถทดแทนจำนวนประชากรรุ่นใหม่ที่ขาดแคลนไปได้เลย
การขาดแคลนประชากรรุ่นใหม่เช่นนี้จะส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องขาดแคลนแรงงานวัยคนทำงานอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจประเทศโดยตรง
เรียกได้ว่า การเลือกครองตัวเป็นโสด ไม่เพียงแต่ทำให้ต้องทนนอนหนาวไร้หมอนข้างมีชีวิตอย่างเดียวแล้ว การไร้คู่ของเรายังส่งผลต่ออนาคตของประเทศในทุกๆ ด้านอีกด้วย
เห็นอย่างนี้แล้ว หนุ่มสาวชาวไทยคงต้องกลับมามองตัวเอง และเริ่มต้น “ปฏิบัติการหาคู่” อย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ความเป็น “ไทยแลนด์โอนลี” เอาไว้ให้ได้







