posttoday
บุก คลินิคเสริมความงามเกาหลี

บุก คลินิคเสริมความงามเกาหลี

27 พฤศจิกายน 2554

คําแนะนำ...หากเปิดเสียงเพลงบรรเลงไตเติลหนัง “เจมส์บอนด์” ขณะอ่านบทความนี้

คําแนะนำ...หากเปิดเสียงเพลงบรรเลงไตเติลหนัง “เจมส์บอนด์” ขณะอ่านบทความนี้

ก็คงจะเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นขึ้นไปได้ไม่น้อย เพราะเป็นปฏิบัติการลับเฉพาะสำหรับสาวบอนด์ ...ท่านผู้อ่านที่อายุต่ำกว่า 15 ปีควรได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่...

ก่อนอื่นต้องขอเล่าให้ฟังว่า ทำไมจึงได้ไปทำอะไรเสี่ยงภัย (จากฝ่ามือและฝ่าเท้าของสาวๆ ในคลินิก) เช่นนี้ ... เรื่องมีอยู่ว่า ใครๆ ก็มักจะมาถามเรื่องการทำสวยโดยไม่ต้องผ่าตัดแปะหน้าผ่ากะโหลกของสาวเกาหลี ว่าเขาทำยังไง ราคาเท่าไร ที่ไหน จึงเร่งปฏิกิริยาแห่งความสงสัยให้ “เชกา” ต้องพิสูจน์ด้วยตาตนเอง เพื่อนำเคล็ดลับแห่งความงามของสาวเกาหลีมาฝากผู้อ่านให้ได้ เรื่องที่เขียนนี้เป็นเรื่องจริงแต่ต้องปกปิดชื่อสถานที่ไม่ให้ออกอากาศกลางหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อความสุขสวัสดีของโพสต์ทูเดย์ที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของพวกเราค่ะ หาไม่แล้วอาจต้องหดคอลัมน์ของ “เชกา” ไปโดยปริยายเหมือนตอนน้ำท่วมไม่มีผิด เศร้าใจจัง...

...การเสริมความงามของเกาหลีเขามีหลายระดับ ตั้งแต่แบบเด็กๆ คือ ใช้เครื่องสำอาง เมกอัพหน้า แต่งแต้มทาสี ปกปิดส่วนที่ไม่พึงพอใจ ไปจนถึงแบบจัดหนัก พวกฮาร์ดคอร์ ที่ชอบแหวกตา เลาะหน้า ผ่ากระดูกกรามคาง ...สาวๆ ที่ยังใหม่อยู่กับการปฏิวัติหน้า ก็จะเริ่มที่การใช้เครื่องสำอางช่วยก่อน เมื่อทนตัวเองไม่ไหวจริงๆ จึงค่อยขยับฐานะเป็นลูกครึ่ง คือ เสริมแบบถาวรแต่ชั่วคราว (เอ๊ะ ! ยังไง) ประมาณว่าทำทีเดียวอยู่ได้ห้าหกเดือน อันนี้เขาเรียกว่า “บานยองกูฮวาจาง ” แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้หน้าเรียวเล็กคางแหลมเปี๊ยวได้อยู่ดี ดังนั้น จึงมาถึงขั้นจัดหนักฮาร์ดคอร์ ถึงเลือดถึงเนื้อผ่าตัดต่อแต่งเป็นซีรีส์ความงามสุดท้าย ... ประมวลความดูแล้ว เห็นว่าประเภทสอง “บานยองกูฮวาจาง ” ซึ่งได้แก่ เขียนคิ้วถาวร แก้ไขรูปหน้า ทำปากชมพู เขียนขอบตาบนล่างถาวร และเขียนไรผมที่หลุดร่วงไปตามวัย ให้ดูเหมือนมีผม ...อืม น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องเปิดแผล ทำได้โดยไม่ต้องมีแพทย์ผ่าตัด ราคาก็ย่อมเยา ...และแล้ว ก็ทำให้เดือดร้อนเพื่อนอีกจนได้ได้ได้...

ดังนั้น เพื่อนรักที่สุดในเกาหลีของเชกา คือ นางสาว “คิม (นามสมมติ)” จำต้องยอมถูกอุปโลกน์ว่า ต้องการเข้าไปใช้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง เราเริ่มต้นค้นหาร้านที่ถูกใจในแถบคังนัม...ทำไมต้องคังนัม... เพราะแถบนี้เป็นถิ่นธุรกิจสำนักงาน และผู้มีอันจะกินอาศัยอยู่มากมาย ดังนั้น แถบนี้จึงมีทั้งโรงพยาบาลชั้นหนึ่ง และคลินิกเสริมความงามงอกงามขึ้นเป็นดอกเห็ด นั่งรถไปเห็นร้านค้าหรูหราอยู่หลายแห่ง แปลกใจและดีใจที่เห็นร้านผ้าไหมไทย จิม ทอมป์สัน มาเปิดที่นี่ด้วย ขอให้ขายดีๆ นะคะ...

บุก คลินิคเสริมความงามเกาหลี

 

เอาล่ะค่ะ ความระทึกใจมาเยือนเมื่อเราเดินเข้าไปสถานเสริมความงามแห่งแรกในเขต โนนฮยอนดง มือกระชับกล้องถ่ายรูปที่มีรูปร่างพิเศษไว้แน่น แอบใส่ปากกระเป๋าไว้ พลางก้าวเข้าประตูไป... ที่นี่เป็นคลินิก อยู่ในตึกธุรกิจที่มีทั้งเมกอัพสตูดิโอชื่อดังของเกาหลีอยู่ด้วยค่ะ เปิดประตูเข้าไป ...โอ้แม่เจ้า ...เก้าอี้เต็ม... เต็มทั้งเก้าอี้โซฟา เบาะ แทบจะล้นส่วนรับแขกออกมาแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีสาวๆ สัก 30 นางกำลังชุลมุนอยู่กับใบหน้าของตนเอง บ้างก็มีพลาสเตอร์ใสแปะคิ้ว แปะตา แปะไรผม แปะหมดทั้งหน้าเหลือแต่รูจมูกให้หายใจก็มี เธอเหล่านั้นกำลังอยู่ระหว่างทำทรีตเมนต์ก่อนทำและหลังทำ ซึ่งต้องมีการแปะยาหรือครีมบำรุงไว้ แต่ที่ต้องระเห็จออกมานั่งกันที่ห้องโถงเพราะห้องทรีตเมนต์ก็เต็มค่ะ

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับขั้น คือ

ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเวลา และทำนัดให้เรียบร้อย

เพื่อนสาวเดินนำหน้าไปก่อน บอกว่านัดมาปรึกษาล่วงหน้าไว้ ถ้าไม่นัดอย่าหวังจะได้พบกับ “ที่ปรึกษาความงาม” เลยค่ะ คิวยาวเหยียด เจ้าหน้าที่สาวที่เคาน์เตอร์ หน้าตาน่าเชื่อถือ คือ “สวย” รับทราบว่ามาแล้วและจัดคิวให้พบไว้เลย ...เรื่องกำหนดเวลาค่อนข้างจะสำคัญ เพราะถ้าจะตัดสินใจเขียนคิ้วที่นี่ ต้องมีเวลาอยู่ในโซลหลายๆ วัน เนื่องจากจะต้องกลับไปตรวจซ้ำกับแพทย์หรือพยาบาลทำให้อีกครั้งภายใน 7 วัน ก็จะมีผลกระทบต่อการจองเที่ยวบินด้วยค่ะ...ไม่ไปเช็กหน้าก็ไม่ได้นะคะ เพราะหากกลับเมืองไทยมาแล้ว คิ้วตก ตาเอียง ก็แก้อะไรไม่ได้เลย

ขั้นตอนที่ 2 เช็กความน่าเชื่อถือ

เนื่องจากสถานเสริมความงามเกาหลีมีเป็นดอกเห็ด ถูกกฎหมายบ้าง ไม่ถูกบ้าง เพราะฉะนั้น เวลาไปใช้บริการต้องตรวจสอบให้ดี ถ้าจะผ่าตัด ต้องมีแพทย์ที่ได้ใบรับรองการผ่าตัดเสริมความงามด้วยนะคะ

ที่กำลังบุกรังแม่เสือนี่ก็มี นายแพทย์เป็นผู้อำนวยการค่ะ เคล็ดลับอีกอย่างของเพื่อนสาว คือ เธอบอกว่า ต้องเข้าไปดูก่อนว่าพนักงานและพยาบาลของสถานเสริมความงามนั้นๆ “สาวไหม” ดูแล้ว “รับได้ไหม” เพราะถ้าทำงานที่นี่แล้วคงจะได้ทำหน้าทำตากันบ้าง ถ้าเห็นแล้วตาเหลือก ตาปลิ้น หน้าเบี้ยว ให้รีบเดินออกมาโดยเร็วค่ะ

อีกวิธีหนึ่งก็คือ เข้าไปตีซี้กับแขกที่มาทำหน้า สอบถามว่าที่ตาสวย จมูกสวยนี่ทำที่นี่หรือไม่ มีหลายคนที่สวยเอามากๆ เลยค่ะ ตาโตกลม คิ้วเข้ม ปากได้รูป เธอบอกว่า ทำขอบตาที่นี่แหละ ฟังแล้วก็ตัดสินใจได้เลย ...หมดพื้นที่ค่ะ สัปดาห์หน้ามาต่อเรื่องที่พูดคุยกับที่ปรึกษาความงาม... 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน