
ดันยูโรบอนด์แก้วิกฤตหนี้
‘อีซี’ลั่นไม้ตายปลดล็อกวิกฤตเยอรมนีชัดเจนไม่เสี่ยงด้วยแน่
‘อีซี’ลั่นไม้ตายปลดล็อกวิกฤตเยอรมนีชัดเจนไม่เสี่ยงด้วยแน่
หัวเรือใหญ่อีซีเตรียมดันแผนการคลอด “ยูโรบอนด์” อีกรอบ ประกาศลั่นเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ไขวิกฤตหนี้ เสี่ยงเจอค้านหนักหลังเยอรมนีออกตัวชัดเจน “ไม่เอาด้วย”
โฮเซ มานูเอล บาร์รอสโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวยืนยันเมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า หนทางที่จะนำพายุโรปออกจากวิกฤตการเงินได้นั้น 17 ชาติสมาชิกกลุ่มยูโรโซนจำเป็นที่จะต้องร่วมมือออกพันธบัตรร่วมกัน หรือที่เรียกว่า “ยูโรบอนด์” เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าแนวความคิดดังกล่าวจะไม่ได้รับความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรี แองเกลา แมร์เกิล ผู้นำเยอรมนี ประเทศทรงอิทธิพลที่สุดของกลุ่มยูโรโซนนัก เพราะจะทำให้เยอรมนีต้องเข้าไปร่วมความเสี่ยงกับประเทศที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังมากขึ้น
กระนั้นก็ตาม บาร์รอสโซ กล่าวว่า แผนการจัดตั้งยูโรบอนด์นั้นมีความเป็นไปได้ หากมีการวางแผนด้านงบประมาณร่วมกันระหว่างชาติ โดยทางด้านอีซีเตรียมที่จะผลักดันแนวความคิดดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ย.
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาถึงความเป็นไปได้ของพันธบัตรร่วมยูโรโซนนั้น อีซี ระบุว่า จะให้พันธบัตรร่วมดังกล่าวเข้ามาแทนที่พันธบัตรที่ออกโดยแต่ละชาติ ซึ่งจะเป็นวิธีที่ยูโรโซนจะต่อสู้กับวิกฤตครั้งนี้ได้ดีขึ้น
บาร์รอสโซ ย้ำด้วยว่า แผนการนี้ ต้องทำควบคู่กันไปกับการกำหนดเงื่อนไขในนโยบายการเงิน และงบประมาณของประเทศสมาชิกอย่างเข้มงวดด้วย
“เราต้องมีวินัยมากกว่านี้ในพื้นที่ยูโรโซน เพราะว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ขาดวินัยอย่างหนัก เพราะว่ารัฐบาลยุโรปแต่ละชาติไม่ได้ให้การเคารพในคำมั่นที่ให้ไว้แต่แรก” บาร์รอสโซ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมานับตั้งแต่วิกฤตหนี้ของกรีซรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วได้ส่งผลให้พันธบัตรของชาติสมาชิกยุโรปอื่นๆ สูญเสียความเชื่อมั่นอย่างหนัก โดยนักลงทุนได้หันเข้าไปซื้อพันธบัตรเยอรมนีกันมากขึ้น ซึ่งถูกมองว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยกว่า ดังนั้นจึงทำให้เกิดภาวะไร้ซึ่งความสมดุลในตลาดพันธบัตรของยูโรโซนเอง ทั้งๆ ที่ต่างก็ใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลเยอรมนีได้มีท่าทีชัดเจนว่า เยอรมนีจะไม่สนับสนุนทางการเงินใดๆ ต่อแนวความคิดการจัดตั้งพันธบัตรร่วมยูโรในครั้งนี้
“นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเยอรมนีไม่เห็นด้วยกับความเชื่อที่ว่ายูโรบอนด์จะเป็นยาวิเศษที่จะแก้ปัญหานี้ได้” สตีเฟน ไซเบิร์ก โฆษกนายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าว
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์ของยูโรโซนเลวร้ายลง โดยเฉพาะเมื่อความวิตกต่อปัญหาหนี้ของอิตาลีเพิ่มสูงขึ้น โดยระดับหนี้สาธารณะของอิตาลีได้พุ่งเข้าใกล้ 1.9 ล้านล้านยูโรแล้ว หรือคิดเป็นเกือบ 120% ของจีดีพี อีกทั้งอิตาลียังมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยูโรโซน ซึ่งหากอิตาลีกลายเป็นหนี้เสียจะส่งผลกระทบต่อยูโรโซนครั้งใหญ่







