
โลกมองไทย
หนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล รายงานเมื่อ 16 พ.ย.
หนังสือพิมพ์วอลสตรีตเจอร์นัล รายงานเมื่อ 16 พ.ย.
ว่า แผนบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ของภาครัฐไทยในปัจจุบันที่แม้จะมีส่วนช่วยป้องกันพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจชั้นในของเมืองหลวงแห่งนี้เอาไว้ได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งแผนดังกล่าวกลับไปสร้างความไม่พอใจให้กับมวลชนในหลายท้องที่ ซึ่งประชาชนในท้องที่เหล่านั้นมีความรู้สึกว่าตนต้องกลายเป็นผู้รับน้ำและต้องเสียสละให้กับคนในเมืองชั้นในอย่างไม่ยุติธรรม
สำนักข่าวชื่อดังชี้ว่า เหตุการณ์ลุกฮือประท้วงและเข้าทำการต่อต้านและขัดขวางแนวทางการจัดการน้ำท่วมของภาครัฐในปัจจุบันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นการลุกฮือกันเข้าบุกทำลายประตูกั้นน้ำของชาวบ้านที่ชุมชนคลองสามวา การประท้วงปิดถนนพระราม 2 และล่าสุด การบุกพังคันกั้นน้ำบิ๊กแบ็กของชาวบ้านในแถบดอนเมืองนั้น เป็นสัญญาณที่บ่งชัดแล้วว่ากระแสความไม่พอใจและขุ่นเคืองของประชาชนในบริเวณพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ ที่ถูกใช้เป็นแนวระบายน้ำเพื่อผันลงทะเล หรือถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำแทนพื้นที่ชั้นในกำลังเพิ่มมากขึ้น
ในขณะที่ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และกลับเอาแต่พูดผ่านทางเฟซบุ๊กว่าขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีความอดทนต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้น และจงเปลี่ยนช่วงเวลาวิกฤตนี้ให้เป็นพลังในการสร้างความสามัคคีเพื่อจะได้ฟันฝ่าช่วงเวลาอันเลวร้ายที่กำลังเผชิญอยู่เวลานี้
คำพูดดังกล่าวของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นมา เพราะคำพูดที่สื่อออกมาดูเหมือนกับว่าประชาชนเหล่านี้ต้องทำใจและก้มหน้ารับชะตากรรมกันเอาตามยถากรรม ในขณะที่ภายในความรู้สึกของพวกเขานั้นกลับรู้สึกว่ากำลังทนทุกข์ทรมานกับปัญหาน้ำเน่าเหม็นและข้าวของเสียหายอยู่ไปเพื่ออะไร ในขณะที่ในอีกพื้นที่หนึ่งนั้นแห้งสนิท อยู่อย่างสุขสบาย ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจไปพังคันกั้นน้ำเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างที่สุด







