
ญี่ปุ่นต้องพร้อมรับมือ
บทบรรณาธิการของไมนิจิ รายงานว่า การตัดสินใจขอมีส่วนร่วมในการเจรจากับเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี)
บทบรรณาธิการของไมนิจิ รายงานว่า การตัดสินใจขอมีส่วนร่วมในการเจรจากับเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี)
ของนายกรัฐมนตรี โยชิฮิโกะ โนดะ แห่งญี่ปุ่น ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
แม้จะมีหลายฝ่ายออกมาตอกย้ำว่าหนทางของญี่ปุ่นที่จะมาเป็นสมาชิกทีพีพีจะยังอีกยาวไกลเพราะต้องได้รับการอนุมัติจากทั้ง 9 ชาติสมาชิก แต่ก็ถือได้ว่าญี่ปุ่นในขณะนี้เปรียบได้กับลูกค้าที่กำลังเข้าแถวรอกินราเม็ง ซึ่งไม่มีทางยอมกลับบ้านเด็ดขาด หากไม่ได้กินอะไรเลย
ทั้งนี้ ไมนิจิ มองว่า ญี่ปุ่นยังมีเวลาที่จะหันมาทบทวนตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมเข้าร่วมกับข้อตกลงดังกล่าว เพราะหัวเรือใหญ่อย่างสหรัฐติดการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
บทบรรณาธิการของไมนิจิ ระบุว่า การทบทวนในครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้ญี่ปุ่นไม่ยอมเข้าร่วมและเดินหน้าสร้างปราการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองต่อไป
แต่บทบรรณาธิการของไมนิจิเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่นในขณะนี้ก็คือการเร่งหามาตรการที่เหมาะสมที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศให้มีความเข้มแข็งพอที่จะยืนหยัดต้านทานตลาดการค้าเสรีได้
และเมื่อใดก็ตามที่อุตสาหกรรมของญี่ปุ่นสามารถหยั่งรากสร้างจุดยืนของตนเองได้อย่างมั่นคงเพียงพอแล้ว ไมนิจิระบุอย่างเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพด้านการเกษตรที่ญี่ปุ่นมีอยู่จะสามารถทำให้ประเทศเป็นหนึ่งในผู้นำของข้อตกลงเขตการค้าเสรีได้ไม่ยาก
เรียกได้ว่า การเจรจาเขตการค้าเสรีต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการเร่งสร้างมาตรการเสริมความแข็งแกร่งในประเทศไปด้วย ข้อตกลงการค้าเสรีจึงจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด
เพราะต้องไม่ลืมว่า วันใดก็ตามที่ข้อตกลงการค้าเสรีบรรลุผล ญี่ปุ่นที่อยู่นอกวงเพราะมัวแต่ห่วงผลประโยชน์ของตัวเองก็จะกลายเป็นผู้เสียผลประโยชน์มากที่สุด







