
ต่างชาติซูฮกท่องเที่ยวไทยของดีไม่สะท้านน้ำ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เอพีเปิดเผยบทบรรณาธิการของ อิมทีแอซ มุกบิล บรรณาธิการบริหารทราเวลอิมแพ็กนิวไวร์ บริษัทผู้ให้บริการบทวิเคราะห์และบทความเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเอเชียทางอีเมลแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ระบุว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ โดยได้เปรียบเทียบว่าเป็นเสมือน “สารเทฟลอน” ที่สามารถกันน้ำได้
มุกบิล ให้เหตุผลว่า ถึงแม้ว่าในขณะนี้ไทยจะประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยว อย่างไรก็แล้วแต่ การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อน้ำลดอย่างแน่นอน
บทบรรณาธิการ ระบุว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งมีรายได้คิดเป็น 56% ของจีดีพี และช่วยส่งเสริมการจ้างงานมากกว่า 2 ล้านตำแหน่ง ซึ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (โรคซาร์ส) ภัยธรรมชาติคลื่นยักษ์สึนามิถล่มภาคใต้ การชุมนุมประท้วงปิดสนามบิน อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวไทยก็สามารถกลับมาคึกคักได้เช่นเดิมในเวลาไม่นานนัก
เมื่อเดือน เม.ย. 2552 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่รุนแรงมาก แต่ทว่าในปี 2553 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาไทยถึง 16 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสามารถกลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าภาพเหตุการณ์ความรุนแรงจะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกก็ตาม
นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุดของไทยจะมีความรุนแรง ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 500 คน แต่ทว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเดินทางเข้ามาในไทยเป็นระยะๆ เพียงแต่จะหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับภาวะน้ำท่วมอยู่ โดยนักท่องเที่ยวเหล่านั้นหันไปท่องเที่ยวทางภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ หรือไปเที่ยวทะเลทางภาคใต้แทน
มุกบิล ระบุอีกว่า ภาครัฐและเอกชนของไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่างๆ บ่อยครั้งจนคุ้นชิน และสามารถรับมือ บริหารจัดการ ตลอดจนแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี
“ดังในวงการลูกเสือ ไทยต้องเตรียมรับมือวิกฤตอยู่ทุกขณะ ดังนั้นพวกเขาจึงพร้อมที่จะแก้ปัญหาและฟื้นตัวได้ในทันที” มุกบิล กล่าว
อย่างไรก็ตาม บรรดาเจ้าของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวในไทยกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การเผยแพร่ภาพแต่ด้านความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม ดังเช่นภาพของสนามบินดอนเมืองที่จมอยู่ใต้น้ำ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเลยเถิดไปว่าสนามบินสุวรรณภูมิถูกน้ำท่วมไปด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบไปยังธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมด้วยเช่นกัน







