posttoday
บทเรียนจากต่างแดน เร่มฟื้นฟู สังคม หลังน้ำลด

บทเรียนจากต่างแดน เร่มฟื้นฟู สังคม หลังน้ำลด

06 พฤศจิกายน 2554

เป็นเวลานานกว่า 3 เดือนแล้วที่พี่น้องชาวไทยต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสภายหลังมวลน้ำมหาศาลได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่กว่า 50 จังหวัด

เป็นเวลานานกว่า 3 เดือนแล้วที่พี่น้องชาวไทยต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสภายหลังมวลน้ำมหาศาลได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่กว่า 50 จังหวัด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เป็นเวลานานกว่า 3 เดือนแล้วที่พี่น้องชาวไทยต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสภายหลังมวลน้ำมหาศาลได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่กว่า 50 จังหวัด ทั่วประเทศจนถึงบัดนี้ มหันตภัยทางธรรมชาติครั้งรุนแรงในรอบกว่า 50 ปี ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยอย่างหนักจนไม่อาจประเมินค่าได้

ขณะนี้ภารกิจหลักคือ การป้องกันไม่ให้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยความพยายามของรัฐบาลก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากชาวบ้านหรืออุปสรรคในการประสานงานกับ กทม. ส่งผลให้ชาวบ้านต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญพอๆ กับการควบคุมสถานการณ์น้ำท่วมก็คือ แผนการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด โดยขณะนี้รัฐบาลได้เปิดเผยรายละเอียดของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจบางส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม และการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักธุรกิจต่างชาติและนักท่องเที่ยว

บทเรียนจากต่างแดน เร่มฟื้นฟู สังคม หลังน้ำลด

แม้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจส่อเค้าเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แต่หลายฝ่ายก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้ที่ยังไม่มีใครเอ่ยถึงแผนการฟื้นฟูด้านอื่นๆ เลย อย่างแผนการฟื้นฟูสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเลยทีเดียว

หากลองศึกษากรณีตัวอย่างในต่างประเทศจะพบว่า แผนการฟื้นฟูสังคมภายหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ คือ นโยบายที่มีความสำคัญระดับต้นๆ ที่รัฐบาลต่างชาติต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนภายหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งสิ้น

ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก การฟื้นฟูประเทศอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพภายหลังเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิขนาดใหญ่เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก โดยต่างชาติแทบตะลึงกับภาพของเมืองเชนไดและเมืองฟูกุชิมาภายหลังเวลาผ่านไป 6 เดือน

จากเมืองที่มีบรรยากาศเงียบเหงาที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ไม่น่าเชื่อว่า 6 เดือนผ่านไป สถานการณ์ได้กลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

ความรวดเร็วในการฟื้นฟูเมืองส่วนหนึ่งเกิดจากความร่วมมือของชาวญี่ปุ่นเอง ซึ่งต่างก็ได้ช่วยกันทำความสะอาดและเร่งปรับปรุงเมืองที่พังยับเยินจากคลื่นยักษ์ โดยชาวญี่ปุ่นล้วนแต่ตระหนักดีถึงหน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดีที่จะต้องพัฒนาชุมชนของตนเอง ซึ่งคุณสมบัตินี้ก็ช่วยให้เมืองต่างๆ สามารถกลับมาครึกครื้นได้เหมือนเดิมอีกครั้ง

บทเรียนจากต่างแดน เร่มฟื้นฟู สังคม หลังน้ำลด

และที่ต้องชื่นชมเช่นกันก็คือ รัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อฟื้นฟูเมืองต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย โดยเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้อนุมัติร่างงบประมาณพิเศษมูลค่า 12 ล้านล้านเยน (ราว 5 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนแผนฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยสึนามิ ภายหลังเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ผ่านร่างงบประมาณมูลค่า 4.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 14.4 ล้านล้านบาท)

เพราะตระหนักดีว่าชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญเพียงใด ในช่วงไม่กี่เดือนภายหลังเกิดเหตุภัยพิบัติ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้เร่งฟื้นฟูเมืองทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนืออย่างหนักด้วยการซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่เสียหาย อาทิ ถนน หนทาง สะพาน และระบบน้ำประปาและไฟฟ้า กำจัดขยะและซากปรักหักพังจำนวนมากมายมหาศาล ฟื้นฟูด้านสาธารณสุขและการศึกษา และจัดเตรียมที่อยู่อาศัยชั่วคราวทั้งศูนย์พักพิงและบ้านพักชั่วคราวสำหรับประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัย โดยสิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีบ้านพักชั่วคราวทั้งหมด 46,081 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งชาวญี่ปุ่นผู้อพยพกว่า 73% ได้ย้ายเข้าอยู่อาศัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยรัฐบาลได้จัดลอตเตอรี่เพื่อจับสลากผู้โชคดีที่จะได้อยู่อาศัยในบ้านพักชั่วคราว ซึ่งทางการจะให้อยู่ฟรีนานถึง 2 ปี เพื่อช่วยให้ประชาชนผู้ประสบภัยสามารถตั้งหลักได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ รัฐบาลกลางได้อนุมัติงบประมาณให้แก่เมืองต่างๆ โดยตรง ซึ่งช่วยให้ทางการท้องถิ่นสามารถเข้าไปฟื้นฟูเมืองได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน สหรัฐก็นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศที่มุ่งให้ความสนใจกับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนภายหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยภายหลังเกิดพายุเฮอริเคนแคทรินาเมื่อปี 2005 ซึ่งเป็นพายุรุนแรงที่สร้างความเสียหายมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 9.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และความเสียหายกินเนื้อที่ราว 2.33 แสนตารางกิโลเมตร ซึ่งกว้างเกือบเท่าเกาะอังกฤษทั้งเกาะ ทางการก็ได้เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยในรัฐทางตอนใต้อย่างลุยเซียนาและมิสซิสซิปปีอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งหาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนมากถึง 8 แสนคน ภายหลังอาคารบ้านเรือนเสียหายกว่า 5.5 แสนหลัง

รายงานของกระทรวงรักษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (Department of Homeland Security) ระบุว่า ในช่วงเวลา 1 ปี หลังเกิดพายุแคทรีนา รัฐบาลกลางได้อนุมัติเงิน 1.67 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นของรัฐที่ได้รับผลกระทบเพื่อนำไปใช้ในการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนและสาธารณูปโภคที่เสียหาย ซึ่งนับว่าเป็นโครงการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ โดยโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพัฒนาบ้านเมืองและที่อยู่อาศัย (เอชยูดี) อีกที

อีกทั้ง เอชยูดียังได้ร่วมมือกับสำนักงานบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ฟีมา) ในการปล่อยบ้านที่ถูกทางการยึดกว่า 1 หมื่นหลังให้ผู้ประสบภัยเช่าในราคาถูก

ขณะเดียวกัน ก็มีหน่วยงานด้านการกุศลต่างๆ มากมายเข้ามาช่วยเหลือในการสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชน อาทิ มูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติ และอาสาสมัครแห่งสหรัฐ

นอกจากการฟื้นฟูด้านที่อยู่อาศัยแล้ว รัฐบาลสหรัฐยังได้มุ่งฟื้นฟูด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีการทุ่มงบประมาณเพื่อกำจัดขยะและซากปรักหักพังราว 150 ล้านตันในพื้นที่ 3 รัฐ เพื่อทำลายแหล่งเชื้อโรคและเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างฟื้นฟูเมืองต่อไป

บทเรียนจากต่างแดน เร่มฟื้นฟู สังคม หลังน้ำลด

 ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรของสหรัฐยังได้มอบแสตมป์อาหารมูลค่ากว่า 557 ล้านเหรียญสหรัฐกว่า 9.36 แสนครัวเรือนเพื่อใช้ในการจับจ่ายซื้ออาหาร

ทั้งนี้ แม้ดูเหมือนว่า แผนการฟื้นฟูของทั้งสหรัฐและญี่ปุ่นจะมีความชัดเจนและเด็ดขาด แต่ขณะเดียวกัน ประชาชนทั้งสองประเทศก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าการฟื้นฟูนั้นเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนยากจนของสหรัฐ จนกลายเป็นประเด็นเรื่องการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ เนื่องจากผู้ประสบภัยส่วนใหญ่นั้นคือ ชาวแอฟริกันอเมริกัน ผู้มีฐานะยากจน

ในส่วนของญี่ปุ่น หลายหมู่บ้านได้แต่เฝ้ารอคำสั่งจากทางการว่าจะสร้างอะไร และอย่างไร โดยรัฐบาลอ้างว่า กำลังปรึกษาเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อวางแผนในการฟื้นฟูเมือง แต่ถึงขณะนี้ชุมชนขนาดเล็กก็ยังคงต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงต่อไป แม้ได้เคลียร์พื้นที่ในเมืองเพื่อรองรับการก่อสร้างเรียบร้อยแล้วตั้งแต่แรกเริ่ม

แผนฟื้นฟูของชาติมหาอำนาจเหล่านี้จึงควรเป็นบทเรียนสำคัญที่หน่วยงานต่างๆ ในไทยควรศึกษาเป็นอย่างดี และนำมาเป็นแบบแผนในการวางแผนฟื้นฟูสังคมภายหลังน้ำลดและสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

เพราะอย่าลืมว่า ขณะนี้บ้านเรือนของประชาชนเสียหายจำนวนมาก และภายหลังน้ำลดปัญหาต่างๆ จะเกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำและอาหาร และปัญหาขยะและเชื้อโรค โดยรัฐบาลจะต้องวางแผนฟื้นฟูสังคมให้ดีเพื่อที่จะได้แก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บทเรียนจากต่างชาติสะท้อนให้เห็นแล้วว่า แม้จะสามารถคิดค้นแผนที่สวยหรูมากเพียงใด แต่หากภาครัฐล้มเหลวในการนำแผนไปบังคับใช้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ปัจจัยนี้ก็จะยิ่งฉุดสถานการณ์ให้ย่ำแย่ไปมากกว่าเดิม และครานี้ก็อาจจะสายเกินแก้เสียแล้ว  

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่