
เที่ยวให้ถูก (เงิน) ไปให้ถึง (เกาหลี)
ตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.พ.ค. ของทุกปี เป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวเกาหลี ... คุณลุงคุณป้าจากเมืองไทยผู้ที่เข็ดขยาดกับความหนาวต่างเฝ้ารอว่าเมื่อไรจะอุ่นขึ้นเสียที ก็จะได้ขยับตัวกันในช่วงนี้ค่ะ ประกอบกับเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ หลายครอบครัวจึงมักจะหอบลูกจูงหลานไปกันเป็นหมู่คณะ... อากาศชิลชิล ...อุณหภูมิเฉลี่ย 712 องศาเซลเซียส... ฤดูดอกไม้บาน โอ้...
“อารึมดาอุน โพม” ( – ฤดูใบไม้ผลิที่งดงาม) บ้านเมืองเกาหลีช่างสวยงามไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ที่บานสะพรั่งต้อนรับแขกผู้มาเยือนทั่วทุกมุมถนนทว่า อาจเป็นอันตรายต่อความมั่นคงภายในของ Backpacker (แป่ววว...อารมณ์ที่บรรเจิดอยู่ ขาดสะบั้นลง) เพราะ ราคาตั๋วเครื่องบินในช่วงนี้ตะกายขึ้นสูงกว่าฤดูกาลอื่น 1015%... มีท่านผู้อ่านได้สอบถามการจัดทัวร์เกาหลีแบบประหยัด 20 ท่าน ทีมนักแหวกอากาศใหญ่ขนาดนี้ ลองจินตนาการดูว่าแบ็กแพ็กไปแบบตัวใครตัวมันจะเป็นอย่างไรหนอ ก็พลันเห็นสายร่มพันกันยั้วเยี้ยกลางอากาศ... อย่ากระนั้นเลย ลองติดต่อบริษัททัวร์ช่วยดำเนินการแบบรวบยอดให้เพื่อความสะดวกทั้ง กินเที่ยวนอน จะดีไหม...
“เชกา” จึงได้เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเดินทาง พร้อมทั้งถือโอกาสสำรวจราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับ ชั้นประหยัด กรุงเทพฯอินชอน ช่วงเดือนมี.ค.พ.ค. มาฝากสมาชิกส่องเกาหลีด้วยเลยค่ะราคาตั๋วระยะสั้นไม่เกิน 3045 วัน รวมภาษีและค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้ว... Thai Airways 20,000/ Korean Airlines 20,600/Asiana Airlines 20,450 โอ้ววว...แพงจังเลย.../ EVA Air 16,100/Jeju Air 18,000/ Business Air 16,500...กลุ่มหลังนี้ ค่อยยังชั่วหน่อย ทุกสายการบินอาศัยสุภาษิต
“น้ำขึ้นให้รีบตัก” ทำราคาขึ้นจากต้นปีด้วยความรวดเร็ว... อ๊ะ... แต่ถ้าอดใจรอสักหน่อย พ้นเดือนพ.ค.ไปแล้ว จะสามารถซื้อตั๋วได้ถูกลงอีก 1,0002,000 บาท ละค่ะ...รอไหวไหมคะสิบปีก่อน ไปเกาหลีต้องลงที่สนามบินคิมโปเท่านั้น ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสนามบินนานาชาติแห่งใหม่
“สนามบินนานาชาติอินชอน” ซึ่งเกาหลีบากบั่นถมทะเลแล้วเชื่อมเกาะ 2 เกาะที่เมืองชายทะเล “อินชอน” เข้าหากันทำสนามบิน... ส่วนสนามบินคิมโปนั้น ทุกวันนี้ก็ยังเปิดให้ใช้รองรับสายการบินในประเทศและสายการบินที่เดินทางสั้นๆ ไปเซี่ยงไฮ้ หรือมณฑลใกล้ๆ ในจีน...เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ต้องยื่นบัตร Arrival Card ควรเขียนที่อยู่ของโรงแรมที่พัก และเบอร์โทร.ติดต่อให้ครบถ้วน แสดงให้เห็นว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว มาอย่างมีจุดหมายปลายทาง... ตั้งแต่ตอนนี้ เริ่มฝึกภาษาเกาหลีได้เลยค่ะ
“คัมซาฮัมนิดะ” (ขอบคุณหลายเด้อ... ชายหญิงใช้เหมือนกัน) แก่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสักหน่อย... เมื่อรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว หากท่านใดยังไม่ได้แลกเงินวอนไปจากเมืองไทย สมควรแลกเงินที่สนามบินบางส่วนก่อนค่ะ... ขณะนี้ยังนำเงินบาทไปแลกไม่ได้ (ต้องรอให้ GNP Per Capita ของไทย สูงเกิน 5,000 เหรียญสหรัฐก่อนละมัง) จึงต้องใช้เงินสกุลหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร หรือเยนญี่ปุ่นไปแลก... จากนั้นจึงเดินหน้าไปซื้อตั๋วรถบัสลีมูซีนที่จะพาท่านเข้ากรุงโซล เพราะหากนั่งแท็กซี่ไประยะทางเกือบ 70 กิโลเมตร “อาจอชี่ ” (คำเรียกผู้ชายแก่กว่า) ขับวนไปวนมาอีก มิเตอร์อาจขึ้นไปถึง 60,000 วอนค่ะ (ราว 1,700 บาท)...ป้ายเคาน์เตอร์ขายตั๋วรถบัสเห็นชัดเจนใกล้ประตูทางออก ก่อนซื้อโปรดตรวจสอบจุดหมายปลายทางให้เรียบร้อยก่อนค่ะว่าจะไปลงที่ไหน เพราะรถบัสมีหลายสายวิ่งระหว่างอินชอนถึงทุกหัวเมือง... ขึ้นผิดอาจหลงไกล ไปตื่นที่เทือกเขาซอรักซานได้ค่ะ... เอาเป็นว่าเรามุ่งตรงเข้ามาใจกลางเมืองก่อน ต้องขึ้นสาย
“มยองดงMyung Dong” หรือ “ซิชอง City hall ศาลาว่าการกรุงโซล” ที่จอดชั้น 1, ช่อง 5B12A รถออกทุกครึ่งชั่วโมง ราคาค่ารถบัส 9,000 วอน (ราว 250 บาท) ต่อคน ค่ะ ...ฉบับก่อน “เชกา” ได้แนะนำที่พักในโซลไปบ้างแล้วในย่าน “จงโน หรือ อินซาดง ” แหล่งศิลปะและวัฒนธรรมในกรุงโซล ที่ “เชกา” ชอบที่สุดค่ะ เดินได้ไม่เบื่อ โดยเฉพาะ อินซาดง เดินไปดื่มน้ำชาได้ทุกอาทิตย์...“
ดง ” ในภาษาเกาหลี คือ ตำบล (หรือทิศทางตะวันออก), “กู ” คือ อำเภอ (หรือเลข 9), “ชี่ ” คือ เมือง, “โด หรือ โดชี่ ” คือ จังหวัดค่ะ... ดังนั้น เวลาไปไหนในเกาหลี สถานที่เรียกชื่อลงท้ายด้วย “ดง” นั่นคือ บอกชื่อตำบลที่เราไปค่ะ ...ฉบับหน้าไปเดินเที่ยว “อินซาดง” กันนะคะ..






