
ไอทีเกาหลีเสื่อมมนตร์
...ทีมข่าวต่างประเทศ
หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน คงไม่มีใครปฏิเสธว่าตลาดโทรศัพท์มือถือในเกาหลีใต้ล้วนถูกผูกขาดด้วย 2 ยักษ์ในบ้านจากค่ายซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และแอลจี ทว่ารายงานของนิตยสารบิซิเนสวีก ได้ชี้ให้เห็นว่าเกาหลียุคใหม่ในวันนี้ กำลังเบือนหน้าหนีจากโทรศัพท์สัญชาติตัวเอง ไปซบอกของเล่นที่มีแอพพลิเคชันล้ำกว่าจากฝั่งสหรัฐแทน
เมื่อกว่า 1 ปีก่อน นักศึกษาสาววัย 22 ปีอย่าง แบแจยุน ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดกลุ่มเพื่อนสาวของตนเองจึงตื่นเต้นกับไอโฟน ทั้งที่ไม่มีวางขายในประเทศกันนัก เพราะเท่าที่โทรศัพท์ในบ้านมีวางขายก็แสนจะหลากหลายและดีพอตัวกันอยู่แล้ว
ทว่า ในวันนี้ที่โทรศัพท์รุ่นสุดฮิตจากค่ายแอปเปิล อิงก์ บุกเข้ามายังเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา แบ ก็เปลี่ยนใจได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเพื่อนจึงคลั่งไคล้ เช่นเดียวกับเพื่อนนักศึกษาสาว คิมโฮฮก
“
ไอโฟนเจ๋งกว่ามือถือเกาหลีทุกเครื่องที่ฉันเคยเห็นมา” คิม กล่าวในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ยอดขายไอโฟนก็ทะลุทะลวงไปถึงราว 2 แสนเครื่อง ทั้งที่เพิ่งเจาะตลาดได้เพียงเดือนเดียว และยังถือเป็นการทุบสถิติยอดขาย 1 เดือนที่สูงที่สุดเท่าที่ค่ายไหนเคยมีมา
ปัจจุบันค่ายซัมซุง และแอลจี ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในแดนกิมจิได้ถึง 80% ร่วมกัน
ทว่า กระแสนิยมของไอโฟน ทั้งที่เกาหลีเองก็มี 2 บริษัทไอทีชั้นนำอยู่แล้วนั้น อาจเป็นสัญญาณของความพ่ายแพ้ในตลาดระดับสากล โดยเฉพาะการพ่ายแพ้ด้าน
“ซอฟต์แวร์”ปัจจุบันเกาหลีใต้ยังคงเป็นผู้นำด้านฮาร์ดแวร์ของโลก โดยซัมซุง และแอลจี ถือเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 และ 3 ของโลก หรือรวมกันเกือบ 1 ใน 3 ของผู้ผลิตทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ทว่าในส่วนของยอดขายโทรศัพท์ประเภท
“สมาร์ตโฟน” นั้น กลับทำผลงานได้เพียงแค่ 4%เทียบสัดส่วนแล้วหลายคนอาจมองว่าเกาหลีใต้ไม่เห็นต้องยี่หระ หรือกลัวแอปเปิลตรงไหนกัน ทว่าเรื่องนี้กลับทำให้ค่ายเกาหลี และแม้กระทั่งรัฐบาลกรุงโซลต้องหนักใจ เพราะสมาร์ตโฟนนั้น ทำเงินได้ดีกว่าโทรศัพท์มือถือทั่วไป แม้จะทำยอดขายได้น้อยกว่าก็ตาม แถมยังมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีกว่าด้วย
แม้ค่ายแดนกิมจิจะออกโทรศัพท์ที่พรั่งพร้อมด้วยลูกเล่นใหม่ๆ อย่างหน้าจอทัชสกรีน กล้องหลายล้านพิกเซล และรับสัญญาณโทรทัศน์ได้ ทว่าคนรุ่นใหม่ก็เลือกที่จะหันไปหาสมาร์ตโฟนเต็มตัว จากค่ายดังฝั่งตะวันตกอย่าง ค่ายแอปเปิล และรีเสิร์ช อิน โมชัน (RIMM) ผู้ผลิตแบล็คเบอร์รี่มากกว่า
ข้อบกพร่องด้านซอฟต์แวร์ในฝั่งเกาหลีนั้น กำลังเป็นความกังวลมากขึ้นต่อทั้งผู้นำภาคการเมืองและธุรกิจในประเทศ จนในที่สุดประธานาธิบดี ลีมยองบัก ต้องเปิดประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อหารือในเรื่องนี้
ที่ประชุมครม.โซล ได้รับแจ้งว่าเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ของเกาหลีในวันนี้ สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดโลกได้เพียง 1.8% เท่านั้น แม้ว่าเกาหลีจะขึ้นชื่อและครองตลาดอยู่ในด้านเมโมรีชิป จอแอลซีดี และทีวีจอแบนก็ตาม
ขณะที่ซัมซุงมียอดขายโทรศัพท์มือถือราว 227 ล้านเครื่องทั่วโลก ในปี 2552 หรือสูงกว่าแอปเปิลถึง 10 เท่า ทว่ารายได้ของซัมซุงกลับน้อยกว่า เนื่องจากผลกำไรของสมาร์ตโฟนนั้นสูงกว่าโทรศัพท์ธรรมดามาก
ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงโซลซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำภาคอุตสาหกรรมสำคัญในประเทศ ได้ออกโครงการสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ โดยกระทรวงเศรษฐกิจองค์ความรู้ เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนราว 880 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.9 หมื่นล้านบาท) ให้กับบริษัทซอฟต์แวร์ในประเทศเป็นเวลา 3 ปี เพื่อเพิ่มวิศวกรซอฟต์แวร์เป็น 3 แสนคน ภายในปี 2556 และเพิ่มการส่งออกสินค้าซอฟต์แวร์เป็น 3 เท่าจากระดับในปี 2008 เป็น 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.95 แสนล้านบาท)
“
รัฐบาลได้เตรียมย้ายโฟกัสจากฮาร์ดแวร์ไปยังซอฟต์แวร์ มาตั้งแต่ประมาณ 1 ปีที่แล้ว ทว่ากระแสไอโฟนนั้นถือเป็นจุดสำคัญที่ปลุกเราขึ้นมาอย่างแท้จริง” ลีซังจิน ผู้อำนวยการฝ่ายซอฟต์แวร์ กระทรวงเศรษฐกิจองค์ความรู้ กล่าว






