
ประชุมจี20แก้หนี้ยุโรปเสียงแตก
สหรัฐค้านเพิ่มทุนไอเอ็มเอฟจี้ผู้นำยุโรปเร่งลงมือแก้วิกฤต
สหรัฐค้านเพิ่มทุนไอเอ็มเอฟจี้ผู้นำยุโรปเร่งลงมือแก้วิกฤต
ประชุม จี20 วันแรกจบไม่สวย มะกันค้านแผนเพิ่มกองทุนไอเอ็มเอฟแก้หนี้ยุโรป
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ว่า การประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ (จี20) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสเป็นวันแรก เพื่อหารือถึงมาตรการป้องกัน ปัญหาหนี้ในยุโรปไม่ให้ลุกลาม ต้องเจอกับอุปสรรค เมื่อรัฐมนตรีคลังของประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐ เยอรมนี และแคนาดา ต่างไม่เห็นด้วยกับแผนการเพิ่มเงินให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยเห็นว่าขณะนี้ไอเอ็มเอฟมีเงินในกองทุนที่ยังสามารถนำมาใช้ได้อยู่จำนวนมาก
นอกจากนี้ การคัดค้านของ 3 ประเทศใหญ่ข้างต้นยังได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่นและจีน
ทั้งนี้ สหรัฐ เยอรมนี แคนาดา ญี่ปุ่น และจีน ต่างเห็นว่าการอัดฉีดเงินอีก 3.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับกองทุนไอเอ็มเอฟเพื่อเป็นแผนการรองรับหากกรีซกลายเป็นหนี้เสียไม่มีความจำเป็น โดยเชื่อมั่นว่ากองทุนมูลค่า 3.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ของไอเอ็มเอฟในปัจจุบันเพียงพอต่อการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปที่เป็นอยู่ในขณะนี้
ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐและวูล์ฟกัง ชอเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ต่างก็เห็นพ้องกันว่า วิกฤตหนี้ยุโรปเป็นปัญหาที่กลุ่มอียูต้องเป็นผู้แก้ไข พร้อมทั้งยังเชื่อมั่นว่าผู้นำกลุ่มประเทศในแถบยูโรโซนจะมีแผนการแก้หนี้ยุโรปที่เป็นรูปธรรม ที่สามารถเรียกความมั่นใจของนักลงทุนกลับมาได้เมื่อมีการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 23 ต.ค.
นอกจากนี้ จิม ฟลาเฮอร์ตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของแคนาดา กล่าวอีกว่า กลุ่ม จี20 ควรจะกดดันผู้นำกลุ่มยูโรโซนให้เร่งแก่วิกฤตหนี้อย่างเร่งด่วนต่อเนื่องไป
ทั้งนี้ การประชุม จี20 ในครั้งนี้ ซึ่งมีขึ้นที่กรุงปารีสเป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อปูแนวทางก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ จี20 อีกครั้งที่เมืองคานส์ ของฝรั่งเศส ในวันที่ 34 พ.ย.
ขณะที่ภายหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขค้าปลีกเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 1.1% จากเดือน ส.ค. ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากสุดในรอบ 7 เดือน ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ประกอบกับการรายงานผลประกอบการกำไรของบริษัท กูเกิล อิงค์ บริษัทเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ในไตรมาส 3 เพิ่มเป็น 9,720 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลจากยอดขายเพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวกเพิ่มขึ้น 166.36 จุด หรือ 1.45% อยู่ที่ 11,644.49 ในขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 20.92 จุด หรือ 1.74% ปิดตลาดที่ระดับ 1,224.58 และแนสแด็กพุ่งขึ้น 47.61 จุด หรือ 1.82% ปิดตลาดที่ระดับ 2,667.85







