
ทุนแก้หนี้ยุโรปสะดุดสโลวาเกียเซย์โน
อียูเต้นกดดันต้องให้โหวตใหม่ ทีมทรอยกาปูทางเงินช่วยกรีซ
อียูเต้นกดดันต้องให้โหวตใหม่ ทีมทรอยกาปูทางเงินช่วยกรีซ
สโลวาเกียค้านแผนขยายกองทุนกู้หนี้ยุโรป อียูกดดันให้ผ่านโดยเร็ว ด้านทีมทรอยกาไฟเขียวเงินช่วยกรีซ ลุ้นผลรอบสุดท้าย
รัฐสภาสโลวาเกียลงมติคัดค้านการขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ขึ้นเป็น 4.4 แสนล้านยูโร ถึง 21 เสียง โดยให้เหตุผลว่า สโลวาเกียซึ่งเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดอันดับสองในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ไม่ควรที่จะให้เงินช่วยเหลือประเทศที่ร่ำรวยกว่าเช่นกรีซ
อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลสโลวาเกีย เผยว่า จะมีการประชุมหารือกับพรรคฝ่ายค้านในวันที่ 12 ต.ค. เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันในการผ่านมติขยายกองทุนดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านและจะสามารถผ่านมติเห็นชอบได้ภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ การขยายกองทุนจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภา 17 ชาติสมาชิกยูโรโซนทั้งหมด ซึ่งสโลวาเกียลงมติเป็นประเทศสุดท้าย
เฮอร์แมน แวน รอมพาย ประธานสหภาพยุโรป และ โจเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้สโลวาเกียผ่านมติรับรองขยายแผนอีเอฟเอสเอฟรอบใหม่โดยเร็ว พร้อมกล่าวว่า สโลวาเกียควรคิดถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมก่อนความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ ซึ่งกองทุนนี้เป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศในอียูรวมถึงประชาชนชาวสโลวาเกียทุกคน
ด้านทีมตรวจสอบของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และอียู หรือ “ทีมทรอยกา” ซึ่งเดินทางเข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจและการตัดลดหนี้สาธารณะกรีซ ให้ความเห็นหลังการตรวจสอบว่า ควรจะให้เงินช่วยเหลือเบิกจ่ายงวดที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโรแก่กรีซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินกู้ทั้งหมด 1.1 แสนล้านยูโร
ตามรายงานของทีมทรอยกา ระบุว่า ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจของกรีซจะมีความคืบหน้ามากขึ้น แต่ทว่ากรีซยังคงต้องเดินหน้าปฏิรูปการเงินการคลังประเทศต่อไป เพื่อแก้ไขวิกฤตหนี้ในประเทศให้ได้
ทีมทรอยกา ระบุว่า กรีซไม่อาจตัดลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณประจำปี 2554 ได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในประเทศของกรีซอยู่ในสภาวะถดถอยรุนแรงกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม เงินกู้ดังกล่าวจะต้องรอการอนุมัติจากรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของกลุ่มประเทศยูโรโซนและไอเอ็มเอฟเรียบร้อยเสียก่อน โดยคาดว่าน่าจะถึงมือกรีซภายในต้นเดือน พ.ย. ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการอนุมัติ กรีซจะต้องเผชิญการผิดนัดชำระหนี้ในที่สุด







