
ตลาดคลายกังวล 2พี่เบิ้มอียูลั่นเผยแผนกู้วิกฤตหนี้เดือนนี้
ผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนียันเผยแผนแก้วิกฤตหนี้ยูโรโซนก่อนสิ้นเดือนนี้
ผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนียันเผยแผนแก้วิกฤตหนี้ยูโรโซนก่อนสิ้นเดือนนี้
ด้านบอร์ดธนาคารเด็กเซียอนุมัติแผนเข้าซื้อกิจการของรัฐบาลเบลเยียม
นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี และประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ให้สัญญาว่าจะเปิดเผยมาตรการใหม่ในการแก้ไขวิกฤตหนี้ยูโรโซนก่อนสิ้นเดือนนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่เร่งกดดันให้ยุโรปดำเนินมาตรการที่แข็งกร้าวในการแก้ไขวิกฤตหนี้ ซึ่งนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
ภายหลังการหารือที่กรุงเบอร์ลินผู้นำทั้งสองได้มีแถลงการณ์ร่วมว่า เป้าหมายคือการหาคำตอบที่ยั่งยืนเพื่อแก้วิกฤตหนี้กรีซ การวางแผนเพิ่มทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ในยุโรป และการเสนอแผนกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในยูโรโซนให้ทันการประชุมสุดยอดกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำและเศรษฐกิจเกิดใหม่ (จี20) ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองคานส์ ของฝรั่งเศส ในวันที่ 3-4 พ.ย. ที่จะถึงนี้
“เราตระหนักดีว่า ฝรั่งเศสและเยอรมนีมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของสกุลเงินยูโร” ซาร์โกซี กล่าวยืนยันว่า ยุโรปจะต้องแก้ปัญหาหนี้สาธารณะให้ได้ก่อนการประชุม จี20
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของแผนดังกล่าว โดยทั้งสองกล่าวแต่เพียงว่า เห็นพ้องกันเรื่องการปรับโครงสร้างเงินทุนธนาคารยุโรป ซึ่งเป็นการสยบข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า ทั้งสองประเทศมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันเรื่องแผนเพิ่มทุนธนาคาร
ฝรั่งเศสนั้นต้องการให้นำเงินจากกองทุนสร้างเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ไปอุ้มธนาคารเพราะเกรงว่าอันดับความน่าเชื่อถือระดับทริปเปิลเอของประเทศอาจถูกหั่น หากใช้งบประมาณประเทศในการช่วยเหลือธนาคาร ขณะที่เยอรมนีเรียกร้องให้กองทุนดังกล่าวเป็นเพียงทางเลือกสุดท้ายหากธนาคารไม่สามารถระดมทุนได้เอง
ขณะเดียวกัน ด้าน เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็เรียกร้องให้ผู้นำทั้งสองใช้มาตรการ “ขนาดใหญ่” ในการแก้ไขวิกฤตการณ์ โดยย้ำว่าผู้นำยุโรปจำเป็นต้องออกจากวัฏจักรของการแก้ปัญหาที่น้อยและล่าช้าเกินไป
ในส่วนของกรีซโฆษกรัฐบาลก็เปิดเผยว่า ยอมรับแผนของฝรั่งเศสและเยอรมนีในการเพิ่มทุนธนาคาร แต่ยืนยันว่ารัฐบาลกรีซจะไม่เข้าซื้อกิจการของธนาคารภายในประเทศอีกต่อไป
ภายหลังการประชุมสิ้นสุดลงหลายฝ่ายก็เกรงว่า การขาดแคลนมาตรการที่ชัดเจนของผู้นำทั้งสองอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ทว่าตลาดยุโรปเปิดตลาดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ก็ปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนีเอฟทีเอสอีตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้น 0.20% และดัชนีแด็กซ์ของตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ตในเยอรมนีพุ่งขึ้น 0.17%
วันเดียวกันคณะกรรมการบริหารของธนาคารเด็กเซีย ซึ่งเป็นธนาคารร่วมลงทุนระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยียม และเป็นธนาคารยุโรปรายแรกที่ตกเป็นเหยื่อจากพิษวิกฤตหนี้ยูโรโซนก็เปิดเผยว่า ได้อนุมัติแผนฟื้นฟูธนาคารที่ร่างโดยรัฐบาลฝรั่งเศส เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก เรียบร้อยแล้ว
ภายใต้แผนแตกกิจการดังกล่าว รัฐบาลเบลเยียมจะใช้เงิน 4,000 ล้านยูโร (1.67 แสนล้านบาท) เพื่อเข้าซื้อกิจการเด็กเซีย แบงก์ เบลเยียม ซึ่งเป็นธนาคารหลักในเครือเด็กเซีย ซึ่งมีเงินฝากมากถึง 8 หมื่นล้านยูโร (3.3 ล้านล้านบาท) และลูกค้า 4 ล้านราย
ในส่วนของธนาคารในเครือเด็กเซียในฝรั่งเศสนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่บริหารของเด็กเซียกำลังเจรจากับธนาคารกาส เดส ดีโปต์ และลาบองก์ โปสตาล ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการสนับสนุนด้านการเงิน
นอกจากนี้ ยังได้มีการอนุมัติวงเงินค้ำประกันการปล่อยกู้ของธนาคาร 9 หมื่นล้านยูโร ในช่วงระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า โดยรัฐบาลเบลเยียมจะค้ำให้ 60.5% ฝรั่งเศส 36.5% และลักเซมเบิร์ก 3%
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารเด็กเซียต้องเผชิญวิกฤตอย่างหนักภายหลังลูกค้าแห่ถอนเงินออกจากธนาคารมากถึง 300 ล้านยูโร (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท)
อีกทั้งหุ้นของธนาคารก็ร่วงหนักถึง 42% ภายหลังนักลงทุนเทขายหุ้นเพราะหวั่นเกรงว่าทางธนาคารที่ต้องแบกรับพันธบัตรกรีซมากถึง 3,400 ล้านยูโร จะเอาตัวไม่รอดหากกรีซผิดชำระหนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสและเบลเยียมจึงต้องรีบประกาศที่จะยื่นมือช่วยเหลือธนาคารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ในส่วนของความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในยุโรป ล่าสุด มีรายงานว่าคณะกรรมการร่วมผู้ตรวจสอบวินัยการคลังของยุโรปหรือที่เรียกว่า “ทรอยกา” ได้เสร็จสิ้นการตรวจสอบฐานะการคลังของกรีซแล้ว ซึ่งเป็นการประเมินว่า กรีซสามารถปฏิรูปเศรษฐกิจตามเงื่อนไขที่ทรอยกากำหนดได้หรือไม่ เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลืองวดที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโร โดยคณะกรรมการของอียูจะตัดสินอนุมัติเงินก้อนนี้ภายในเดือนนี้
ทั้งนี้ หากกรีซไม่ได้รับเงินช่วยเหลือก็จะกลายเป็นหนี้เสียทันที เพราะรัฐบาลมีเงินเหลือในคลังเพียงพอที่จะใช้จ่ายได้ถึงเดือน พ.ย.เท่านั้น







