
เลื่อนลงมติเส้นตายกรีซเตือนแบงก์ยุโรปรับแรงกระแทก
ยูโรโซนเลื่อนลงมติอนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซ เรียกร้องให้รัดเข็มขัดเพิ่ม
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ยูโรโซนเลื่อนลงมติอนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซ เรียกร้องให้รัดเข็มขัดเพิ่ม ด้านประธานรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเตือนธนาคารยุโรปอาจต้องลดหนี้กรีซถึง 50%
ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศยูโรโซนมีมติร่วมกันที่จะเลื่อนการประชุมพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซงวดที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโรออกไปหลังวันที่ 13 ต.ค. โดยเรียกร้องให้รัฐบาลกรุงเอเธนส์รัดเข็มขัดเพิ่มเติม แต่ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธหนักแน่นถึงความเป็นไปได้ที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้
ฌองโคลด จุงเกอร์ นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก และประธานรัฐมนตรีคลังยูโรโซน แถลงหลังการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซนที่ลักเซมเบิร์กว่า พันธมิตรยูโรโซนได้เรียกร้องให้รัฐบาลกรีซออกมาตรการรัดเข็มขัดสำหรับปี 2556 และ 2557 โดยที่ประชุมนั้นจะนำมาตรการเหล่านี้มาใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินขั้นสุดท้ายว่ากรีซสมควรได้รับเงินช่วยเหลืองวดที่ 6 หรือไม่
“การตัดสินใจอนุมัติเงินจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งเราก็หวังว่าถึงตอนนั้นกรีซจะสามารถทำตามเงื่อนไขที่ทางอียูกำหนดได้” จุงเกอร์ กล่าว โดยมองว่า กรีซยังมีเงินเหลืออยู่ในคลังเพียงพอสำหรับสิ้นเดือนนี้
นอกจากนี้ จุงเกอร์ยังเตือนว่า ภาคเอกชนที่ถือพันธบัตรกรีซไว้อาจจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับความสูญเสียที่มากขึ้น โดยอาจจะต้องยินยอมลดหนี้ให้กับกรีซมากถึง 50% ซึ่งสูงกว่าแผนการเดิมที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ที่ 21% เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจของกรีซย่ำแย่กว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้
“ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นเลวร้ายกว่าที่เราคาดไว้เมื่อเดือน ก.ค.” จุงเกอร์ กล่าว โดยการลดหนี้เพียง 21% ตามข้อตกลงเดิมอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือกรีซได้
ทั้งนี้ กรีซได้ยอมรับว่า ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายขาดดุลงบประมาณประจำปี 2554 และ 2555 ที่อียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กำหนดไว้ได้ ซึ่งยิ่งเพิ่มกระแสวิตกว่ากรีซอาจไม่รอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้เกิดกระแสวิตกว่า บรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ของยุโรปหลายแห่งจะต้องพบกับความสูญเสียรุนแรงถ้าหากกรีซกลายเป็นหนี้เสียเนื่องจากธนาคารเหล่านี้ถือครองพันธบัตรกรีซอยู่ในปริมาณมากและอาจไม่มีสินทรัพย์และทุนมากพอที่จะรับมือกับผลกระทบหากกรีซต้องผิดชำระหนี้
ในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น ธนาคารรายใหญ่ 2 แห่งของฝรั่งเศสอย่าง โซซิเอเต เจเนอราล และเครดิตอากริโกล ถูกมูดี้ส์หั่นเครดิต ขณะเดียวกัน สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ก็ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินอิตาลีอีก 7 แห่ง
ล่าสุดนั้น มูดี้ส์เตือนว่าอาจลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารเด็กเซีย ธนาคารร่วมทุนระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยียม ส่งผลให้หุ้นของธนาคารร่วงหนักในช่วงสองวันที่ผ่านมา โดยในวันที่ 3 ต.ค. หุ้นของธนาคารลดลง 10% และในวันที่ 4 ต.ค. ดิ่งลงอีก 37% สร้างความเสี่ยงว่าธนาคารดังกล่าวอาจจะล้มละลายลงและอาจจะส่งผลทำให้ธนาคารอื่นๆ ที่สถานการณ์ไม่สู้ดีนักล้มลงตามทฤษฎีโดมิโนด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ดิดิเยร์ รีนเดอร์ส รัฐมนตรีคลังเบลเยียมก็ยืนยันว่าฝรั่งเศสและเบลเยียมจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือเด็กเซียอย่างแน่นอนเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต
“เราขอยืนยันว่า สถานการณ์ของธนาคารเด็กเซียนั้นไม่ได้น่าเป็นห่วงอย่างที่เป็นข่าว และเงินฝากของลูกค้านั้นก็ยังปลอดภัยดี” รีนเดอร์ส กล่าว พร้อมยืนกรานว่ารัฐบาลฝรั่งเศสและเบลเยียมไม่มีวันทอดทิ้งธนาคารในประเทศหากต้องเผชิญวิกฤต
ทั้งนี้ เด็กเซีย เคยได้รับการช่วยเหลือทางการเงินมาแล้วช่วงวิกฤตซับไพรม์ในสหรัฐเมื่อปี 2551 และในปัจจุบันก็กลับมาตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอีกครั้ง เนื่องจากเสี่ยงที่จะเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกของยุโรปที่ล้มนับตั้งแต่เริ่มเกิดวิกฤตหนี้เมื่อปีที่แล้ว
วันเดียวกัน โกลด์แมน แซคส์ ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้จาก 3.9% เหลือ 3.8% และจาก 4.2% เหลือ 3.5% ในปีหน้า โดยอ้างสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินของยูโรโซนที่ย่ำแย่ และคาดการณ์ด้วยว่า ในช่วงไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า เศรษฐกิจเยอรมนีและฝรั่งเศสอาจจะถดถอยเล็กน้อย ขณะที่เศรษฐกิจของยูโรโซนจะขยายตัว 1.6% ในปีนี้ และเพียง 0.1% ในปีหน้า







