
ไตรมาส3ตลาดทุนกระอักทั้งโลก
ตลาดหุ้นทั่วโลกไตรมาส 3 ดิ่งเหวหนักสุดในรอบหลายปี วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ-หนี้ยุโรปตลาดหลอกหลอนนักลงทุน
ตลาดหุ้นทั่วโลกไตรมาส 3 ดิ่งเหวหนักสุดในรอบหลายปี วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ-หนี้ยุโรปตลาดหลอกหลอนนักลงทุน
สรุปผลดำเนินการหลังจบไตรมาส 3 ของปีนี้ปรากฏว่าตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งเหวหนักถ้วนหน้า ถือเป็นไตรมาสที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะการเทขายหุ้นในสหรัฐและยุโรป จากความวิตกกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจเชื่องช้าในสหรัฐและวิกฤตหนี้ของยุโรป โดยการเทขายตลอดช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมานั้นมีความรุนแรงเทียบเท่ากับในช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2551 ทีเดียว
ดัชนีอุตสาหกรรมนิวยอร์กของสหรัฐจบไตรมาส 3 ด้วยการปรับลดลงตลอดทั้งไตรมาส 12% ทีเดียว จากความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งหนึ่ง
ในยุโรปนั้นความวิตกกังวลต่อปัญหาหนี้ และคำถามต่ออนาคตของกลุ่มยูโรโซนทำให้ตลาดหุ้นหลายประเทศร่วงลงอย่างรุนแรง อย่างตลาดหุ้นอิตาลีในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานั้นมูลค่าตลาดลดลงไปถึง 27% ส่วนดัชนีแดกซ์ของตลาดหุ้นแฟรงเฟิร์ต ในเยอรมนี และดัชนีซีเอซี-40 ของตลาดหุ้นปารีส ในฝรั่งเศสนั้นมูลค่าตลาดก็ลดลงไปถึง 25%
ตลาดหุ้นมาดริดได้ลดลงไป 18% และตลาดหุ้นลอนดอน ดัชนีเอฟทีเอสอีลดลงไป 14%
“เราปิดไตรมาสด้วยผลลบรุนแรง บนความเปราะบางที่สูงมาก เป็นไตรมาสที่สุดน่าเกลียด เรามีข่าวดีจากภาคเศรษฐกิจมาก แต่ปัจจัยความหวาดกลัวก็ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” ปีเตอร์ คาร์ดิลโญ จากกองทุนร็อกเวล โกลบอล แคปปิตอล กล่าว
ขณะที่ในเอเชียนั้น ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงลดลงไปตลอดทั้งไตรมาส 21.5% ตลาดเซี่ยงไฮ้ของจีน ตลาดหุ้นบอมเบย์ของอินเดีย ตลาดหุ้นซิดนีย์ของออสเตรเลีย และตลาดหุ้นโตเกียวของญี่ปุ่นต่างลดลงไประหว่าง 11-14.5%
ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดหุ้นทั่วโลกยังส่งท้ายไตรมาสเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยข่าวร้ายจากพลังซื้อของชาวสหรัฐนั้นยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยลดลงไปอยู่ที่ 0.1% เท่านั้นในเดือน ส.ค.
จอห์น ไรดิง นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันอาร์ดีคิว ในสหรัฐให้ความเห็นว่า จากข้อมูลดังกล่าวยิ่งทำให้เห็นว่า ผู้บริโภคในสหรัฐจะไม่สามารถเป็นปัจจัยช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐต้องอาศัยพลังการใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยคิดเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจถึง 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ก็ยังมีปัจจัยลบส่งท้ายไตรมาส 3 เมื่อดัชนีเงินเฟ้อทั่วยุโรปเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปมากขึ้น และจะทำให้ยุโรปต้องเผชิญหน้ากับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกครั้งสำคัญต่อการกำหนดนโยบายดอกเบี้ย
ในสัปดาห์นี้ ฌอง โคลด ตริเชต์ ผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะเป็นประธานในการประชุมเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคาร ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้การตัดสินใจของอีซีบีลำบากมากขึ้นว่าจะยอมลดดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของยุโรปทั้งๆ ที่ราคาสินค้ากำลังแพงขึ้นหรือไม่







