
กูรูเศรษฐกิจฟันสหรัฐถดถอยแล้ว
ปิดไตรมาส3ข่าวร้ายถาโถมตลาดหุ้นดิ่งรายได้มะกันลด
ปิดไตรมาส3ข่าวร้ายถาโถมตลาดหุ้นดิ่งรายได้มะกันลด
นักวิเคราะห์คาดเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่สภาวะถดถอยครั้งใหม่ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดไตรมาส 3 ตกต่ำสุดรอบ 3 ปี
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น มันนี่ รายงานเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า สถาบันวิจัยวัฏจักรเศรษฐกิจสหรัฐ (อีซีอาร์ไอ) ศูนย์รายงานดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจ เปิดเผยการคาดการณ์ครั้งล่าสุดว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเริ่มเข้าสู่สภาวะถดถอยครั้งใหม่แล้ว
ตามรายงานระบุว่า สหรัฐจะเผชิญสภาวะถดถอยในไตรมาส 3 หรือไตรมาส 4 ของปีนี้ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ภาวะถดถอยในครั้งนี้อาจจะไม่รุนแรงมากนัก โดยอาจจะน้อยกว่า 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราการว่างงานในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปยังคงยืดเยื้อ ก็อาจจะส่งผลกระทบให้สหรัฐต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องรุนแรงและยาวนานก็เป็นได้
“ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ของไตรมาส 2 ปี 2554 เติบโตเพียง 1.3% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าสหรัฐต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่ต้องเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน” ลักคชมันท์ อชูแทน กรรมการผู้จัดการสถาบันอีซีอาร์ไอ กล่าว
นอกจากนี้ ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน ซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น บ่งชี้ว่าไม่เพียงแต่นักเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ชาวอเมริกันกว่า 90% ก็เชื่อว่าสภาพเศรษฐกิจในสหรัฐขณะนี้ก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่เป็นอย่างมากเช่นกัน
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้สหรัฐต้องประสบกับสภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจเป็นระยะเวลานานตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2550 จนถึงเดือน มิ.ย. 2552 ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงและยาวนานที่สุด นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในปี 2472 โดยคณะกรรมการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์แห่งชาติสหรัฐจะเป็นผู้เปิดเผยรายงานอย่างเป็นทางการว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่สภาวะถดถอยเมื่อไร
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐประสบกับภาวะเลวร้ายที่สุดในไตรมาส 3 นับตั้งแต่หายนะทางการเงินเมื่อปี 2551 เนื่องจากต้องประสบข่าวร้ายภายหลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตของจีนเดือน ก.ย. ที่ยังคงชะงักงัน และยอดค้าปลีกของเยอรมนีในเดือน ส.ค. ซึ่งร่วงลง 2.9% จากเดือน ก.ค. ประกอบกับวิกฤตหนี้สาธารณะยูโรโซนยังไม่ได้คลี่คลาย
โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลง 240.60 จุด หรือ 2.2% ปิดที่ 10,913.38 จุด ในขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 2.50% ลงมาปิดที่ 1,131.42 จุด และดัชนีแนสแด็กอ่อนตัวลง 65.36 จุด หรือ 2.63% ปิดที่ 2,415.40 จุด
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคเดือน ส.ค. ปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือน ก.ค.
ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลลดลง 0.1% ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2552 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1%







