
เยอรมนีไฟเขียวกองทุนแก้หนี้ยุโรป
ตลาดหุ้นยุโรปพุ่งขานรับข่าวดีกรีซประท้วงต้านทีมทรอยกา
ตลาดหุ้นยุโรปพุ่งขานรับข่าวดีกรีซประท้วงต้านทีมทรอยกา
เยอรมนีไฟเขียวโหวตรับรองขยายกองทุนแก้หนี้ยูโรโซน ดันตลาดหุ้นยุโรปพุ่งเงินยูโรแข็ง ด้านการชุมนุมต่อต้านทีมทรอยกาในกรีซยังยืดเยื้อ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ว่า ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวขึ้นและเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้น ภายหลังจากที่สภาล่างเยอรมนีลงมติรับรองการขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ด้วยคะแนนเสียง 523 เสียง ไม่เห็นชอบ 85 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง
มติดังกล่าวเปิดทางให้สามารถขยายกองทุนอีเอฟเอสเอฟจากเดิมที่ 2.5 แสนล้านยูโร ขยายไปที่ 4.4 แสนล้านยูโร โดยเยอรมนีมีส่วนลงขันถึง 2.11 แสนล้านยูโร (2.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจขึ้นว่ายุโรปจะมีเงินทุนเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือภาคธนาคาร หากวิกฤตหนี้กรีซลุกลาม
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มอำนาจให้กองทุนฯ สามารถเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศที่กำลังประสบวิกฤตหนี้ในตลาดรองได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้เกิดความวิตกกังวลกันว่าปริมาณเงินในกองทุน 4.4 แสนล้านยูโร ดังกล่าวอาจจะไม่พอรับมือกับวิกฤตหนี้ ถ้าหากปัญหาได้ลุกลามจากกรีซไปยังอิตาลีและสเปน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่ากรีซมาก ซึ่งกองทุนดังกล่าวอาจต้องมีเงินถึง 3 ล้านล้านยูโรเลยทีเดียว
ตามรายงานระบุว่า ภายหลังจากเยอรมนีลงมติรับรองแผนขยายดังกล่าว ส่งผลให้ดัชนีเอฟทีเอสอี ยูโรเฟิร์ส 300 ปรับตัวขึ้น 0.3% อยู่ที่ 930.14 จุด หลังจากที่ร่วงลง 1.2% ในขณะที่เงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐที่ระดับ 1.3630 เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภา กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวสามารถผ่านสภาได้โดยไม่ต้องพึ่งเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน ดังที่หลายฝ่ายเคยวิตกกังวลว่าการรับรองแผนการนี้อาจจะสร้างความอับอายให้กับนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนีครั้งใหญ่ หลังจากที่มีการคาดการณ์ว่าพรรคร่วมรัฐบาลเยอรมนีอาจจะไม่สนับสนุนแนวทางการขยายกองทุนดังกล่าว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังกรีซกว่า 200 คน รวมตัวประท้วงปิดกั้นทางเข้าด้านหน้าอาคารกระทรวงการคลังต่อต้านทีมตรวจสอบของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) สหภาพยุโรป (อียู) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) หรือ “ทีมทรอยกา” ซึ่งเดินทางเยือนกรีซเพื่อตรวจสอบและประเมินความคืบหน้าการตัดลดยอดขาดดุลและปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อพิจารณาว่ากรีซจะได้รับเงินช่วยเหลืองวดที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโร (ราว 1.07 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) ได้ทันก่อนที่จะครบกำหนดชำระหนี้ในกลางเดือน ต.ค.หรือไม่
สหภาพแรงงานสวัสดิการสังคมของกรีซ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่การประท้วงครั้งนี้ ระบุว่า ไม่ต้องการให้ทุกครั้งที่ทีมทรอยกาเดินทางมากรีซ ชาวกรีซต้องเผชิญกับมาตรการรัดเข็มขัดที่ป่าเถื่อนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราค่าจ้าง การขึ้นภาษีครั้งใหม่ ไปจนถึงการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก
นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า นายกรัฐมนตรี จอร์จ ปาปันเดรอู ของกรีซ วางแผนที่จะเดินทางเยือนฝรั่งเศสเพื่อหารือกับประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ของฝรั่งเศสเกี่ยวกับทางออกวิกฤตหนี้ยุโรปและข้อตกลงให้เงินช่วยเหลือกรีซรอบ 2 ในวันนี้อีกด้วย
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยผลสำรวจชี้ว่านักลงทุนทั่วโลกคาดการณ์ว่า วิกฤตหนี้ยูโรโซนจะส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ของโลกอีกครั้งและก่อให้เกิดความไม่สงบในสังคมภายใน 12 เดือนข้างหน้า ในขณะที่นักลงทุน 72% มองว่าน่าจะมีประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป 1 ประเทศ ต้องออกจากการเป็นสมาชิกภายใน 5 ปีข้างหน้า และ 40% เห็นว่าสมาชิก 1 ประเทศ จะต้องออกจากกลุ่มภายในปีหน้า







