posttoday
ทีมทรอยกาบุกเอเธนส์ชี้ชะตากรีซเยอรมนีโหวตขยายทุนแก้หนี้ยุโรป

ทีมทรอยกาบุกเอเธนส์ชี้ชะตากรีซเยอรมนีโหวตขยายทุนแก้หนี้ยุโรป

29 กันยายน 2554

ทีมตรวจสอบของไอเอ็มเอฟ/อียู ลุยเอเธนส์วันนี้ ตรวจสอบกรีซสมควรได้รับเงินช่วยเหลือหรือไม่

ทีมตรวจสอบของไอเอ็มเอฟ/อียู ลุยเอเธนส์วันนี้ ตรวจสอบกรีซสมควรได้รับเงินช่วยเหลือหรือไม่

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ทีมตรวจสอบของไอเอ็มเอฟ/อียู ลุยเอเธนส์วันนี้ ตรวจสอบกรีซสมควรได้รับเงินช่วยเหลือหรือไม่ ด้านเยอรมนีเผยเงื่อนไขการให้แพ็กเกจเงินช่วยรอบ 2 อาจไม่เหมือนเดิม

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่า ขณะนี้สถานการณ์วิกฤตหนี้กรีซอยู่ในกำมือของทีมประเมินของทีมตรวจสอบของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็ม เอฟ) และจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “ทีมทรอยกา” เตรียมเดินทางเยือนกรุงเอเธนส์ของกรีซในวันนี้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและประเมินความคืบหน้าการตัดลดยอดขาดดุลและการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ เพื่อพิจารณาต่อไปว่ากรีซจะได้รับเงินช่วยเหลืองวดที่ 6 มูลค่า 8,000 ล้านยูโร (ราว 1.07 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ได้ทันก่อนที่หนี้ของกรีซจะครบกำหนดชำระในกลางเดือนหน้าหรือไม่ ซึ่งเงินช่วยเหลือก้อนที่ 6 นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจเงินช่วยเหลือกรีซรอบแรกที่อนุมัติให้กรีซเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว มูลค่า 1.1 แสนล้านยูโร

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเยอรมนีเปิดเผยอีกว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือรอบ 2 แก่รัฐบาลกรีซ ภายหลังจากที่มีการโต้เถียงกันอย่างหนักว่า ภาคเอกชนควรจะเข้ามาแบกรับภาระแก้ปัญหาหนี้มากกว่านี้หรือไม่

ทีมทรอยกาบุกเอเธนส์ชี้ชะตากรีซเยอรมนีโหวตขยายทุนแก้หนี้ยุโรป

“เราต้องรอดูท่าทีว่าทีมประเมินของทรอยกาพบข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อเราจะได้นำมาประกอบการตัดสินใจว่าควรที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือรอบ 2 หรือไม่อย่างไร” อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของกรีซ โดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนีกล่าวย้ำบ่อยครั้งว่า การหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือกรีซรอบที่ 2 จะเริ่มต้นขึ้นได้ต่อเมื่อทางทีมประเมินของทรอยกาประกาศรับรองว่ากรีซมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะรับเงินช่วยเหลืองวดที่ 6 นี้

รายงานระบุว่า เงินช่วยเหลือกรีซรอบที่ 2 ดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะลดภาระหนี้ของกรีซ ด้วยการให้ภาคเอกชนผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลกรีซต้องยอมรับการสูญเสียมูลค่าพันธบัตรที่ถืออยู่ในมือลง 21%

ทางด้านหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ รายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่อาวุโสของอียูว่า ในขณะนี้มากกว่า 7 ประเทศในกลุ่มยูโรโซนกำลังถกเถียงกันว่า เจ้าหนี้ภาคเอกชนของกรีซควรที่จะยอมรับการสับเปลี่ยนพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนในมูลค่าที่ต่ำกว่าที่ตกลงไว้ เพื่อช่วยกรีซให้สามารถรอดพ้นวิกฤตหนี้ไปได้ ขณะที่ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่ามูลค่าพันธบัตรต้องลดลงถึง 50% ถึงจะสามารถช่วยให้กรีซรอดพ้นวิกฤตหนี้ในประเทศได้

ทั้งนี้ แม้ว่าเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์จะยอมรับการหั่นลดมูลค่าพันธบัตรกรีซที่เจ้าหน้าที่ถืออยู่ ทว่ายังคงมีเสียงคัดค้านจากฝรั่งเศสและธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เนื่องจากมีความกังวลว่าจะทำให้เกิดการเทขายหุ้นของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าหนี้กรีซมากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน สภาล่างของเยอรมนีจะโหวตรับรองขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินแห่งยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) จากเดิมที่ 4.4 แสนล้านยูโร ซึ่งคาดว่าจะขยายไปที่ 3 ล้านล้านยูโรในวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจขึ้นว่ายุโรปจะมีเงินทุนเพียงพอที่จะช่วยเหลือประเทศที่มีความเสี่ยง และให้ความช่วยเหลือภาคธนาคารถ้าหากวิกฤตหนี้กรีซลุกลาม

ขณะเดียวกันทางด้าน โฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป(อีซี) ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการออกพันธบัตรร่วมยุโรป พร้อมกับกล่าวว่าจะเสนอนโยบายทางเศรษฐกิจและกฎเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับการออกพันธบัตรยูโรในสัปดาห์ต่อๆ ไป ถึงแม้ว่ารัฐบาลเยอรมนีจะคัดค้านเรื่องดังกล่าวก็ตาม

บาร์โรโซ กล่าวด้วยว่า อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเปิดทางให้พันธบัตรยูโรได้อย่างเต็มรูปแบบ

วันเดียวกันทางด้านสหภาพยุโรปได้เสนอแผนการเก็บภาษีทำธุรกรรมทางการเงิน โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2557 ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถระดมทุนได้ 5.7 หมื่นล้านยูโร (ราว 7.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) ต่อปี

แผนดังกล่าวจะกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินใน 27 ประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีผลบังคับเฉพาะกับธนาคารขนาดใหญ่ กองทุนป้องกันความเสี่ยง บริษัทประกันภัย กองทุนบำเหน็จ บำนาญ โดยไม่รวมถึงภาคธุรกิจขนาดเล็ก

คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวว่า ผู้นำประเทศในกลุ่มสมาชิกยูโรโซนจะหารือเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว ก่อนที่คณะกรรมาธิการจะเสนอแผนต่อกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี 20) ในการประชุมในเดือน พ.ย.นี้

ขณะเดียวกันสถานการณ์ความไม่พอใจของแรงงานในกรีซก็ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากที่กรีซได้ใช้นโยบายรัดเข็มขัดจนส่งผลกระทบต่อสวัสดิการของแรงงานทั่วประเทศ โดยกลุ่มพนักงานขนส่งมวลชนทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟ และรถรางหลายพันคนต่างพากันหยุดงานประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดฉบับใหม่ของรัฐบาล ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับลดระดับรายได้ขั้นต่ำสุดที่จะต้องเสียภาษีลง

การประท้วงดำเนินเข้าสู่วันที่สอง ที่จัตุรัสซินแท็กมา ในกรุงเอเธนส์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตายิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมจนเกิดเหตุชุลมุนขึ้นด้วย  

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่