posttoday
อุ้มกรีซแพ็กเกจ2

อุ้มกรีซแพ็กเกจ2

29 กันยายน 2554

นอกเหนือไปจากความพยายามที่จะขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินแห่งยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ)

นอกเหนือไปจากความพยายามที่จะขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินแห่งยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ)

โดย..ธนพล ไชยภาษี 

เพื่อนำไปใช้ป้องกันไม่ให้วิกฤตหนี้ลุกลามไปยังประเทศอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่ากรีซแล้ว บรรดาเจ้าหน้าที่ยุโรปก็กำลังเร่งทำงานหารือกันถึงแพ็กเกจเงินช่วยเหลือก้อนที่ 2 ให้กับกรีซอยู่ครับ

หากจำกันได้ เมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป ได้อนุมัติแพ็กเกจเงินช่วยเหลือให้กับกรีซไปเป็นมูลค่า 1.1 แสนล้านยูโร ซึ่งทยอยจ่ายเป็นงวดๆ ให้กับกรีซ โดยมีข้อแม้ว่ากรีซจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น การปฏิรูปเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาลดหนี้สาธารณะอย่างจริงจัง

แต่ในครั้งนั้นยุโรปก็ถูกสวดครั้งใหญ่เหมือนกัน เพราะว่าเงิน 1.1 แสนล้านยูโรนั้นก็เป็นการลงขันจากประเทศสมาชิกยูโรโซนนั่นเอง ซึ่งแต่ละประเทศก็ต้องควักเงินภาษีประชาชนออกมาให้ นั่นหมายความว่าผู้ที่รับผิดชอบช่วยเหลือกรีซก็คือคนทำงานอาบเหงื่อดีๆ นี่เองที่เป็นเจ้าของเงินภาษีเหล่านั้น

แต่ในทางกลับกัน บรรดาธนาคารพาณิชย์ และผู้ถือครองพันธบัตรกรีซ ซึ่งอยู่ในสถานะเจ้าหนี้นั้น กลับได้เงินคืนไปเต็มๆ รวมต้น รวมดอกเบี้ย โดยที่ไม่ยอมจะสูญเสียอะไรกันบ้างเลย

ปัญหาแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 ในสหรัฐ ที่รัฐบาลของนายบารัก โอบามา นำเงินภาษีของประชาชนไปอุ้มธนาคารพาณิชย์ไม่ให้ล้ม แต่พวกซีอีโอ บรรดาผู้บริหารของธนาคารยังกลับได้เงินโบนัสผลตอบแทนกันมหาศาล ขณะที่ประชาชนผู้เสียภาษีกลับต้องตกงาน ไม่มีบ้าน ไม่มีอนาคต

ดังนั้น แพ็กเกจเงินช่วยเหลือก้อนที่ 2 ที่จะให้กรีซซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 1.09 แสนล้านยูโรนั้น คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางประการ ซึ่งได้มีการเสนอขึ้นในครั้งการหารือของกลุ่มผู้นำยูโรโซนเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

นั่นก็คือ บรรดาธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน และองค์กรอื่นๆ ที่มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของกรีซ ถือพันธบัตรของกรีซอยู่นั้น ควรจะต้องมาแบกรับภาระกันด้วย ไม่ใช่มัวแต่ให้นำเงินภาษีของประชาชนมาชดใช้ให้เพียงอย่างเดียว จึงมีการเสนอแนวทางให้ธนาคารเหล่านี้ยอมให้กรีซแฮร์คัตเงินคืนครบกำหนดชำระลง ซึ่งจะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่นั้นขณะนี้ยังไม่มีการสรุป

ถ้าในท้ายที่สุดแล้ว เงื่อนไขของแพ็กเกจเงินช่วยเหลือกรีซก้อนที่ 2 ออกมาเป็นเช่นนี้จริง คาดว่าน่าจะช่วยลดกระแสกดดันให้กับชาวยุโรปได้ไม่น้อยทีเดียว อย่างน้อยก็เห็นว่าบรรดาเจ้าหนี้เองก็ต้องยอมรับความเสี่ยงด้วย ไม่ใช่ผลักภาระให้กับเงินภาษีของประชาชนอย่างเดียวเท่านั้น

แต่เงื่อนไขนี้ก็ถูกต่อต้านอย่างหนักเช่นกันครับโดยเฉพาะจากบรรดานายแบงก์ทั้งหลาย รวมไปถึงธนาคารกลางยุโรปด้วยที่กลัวว่าจะทำให้แบงก์ขาดทุนหนัก และกระเทือนไปทั่วภาคการเงินยุโรป

ปัญหากรีซในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงศึกระหว่างประชาชนผู้เสียภาษี และกลุ่มนายทุนในภาคการเงินครั้งที่น่าจับตามองมากที่สุดครั้งหนึ่งในโลกด้วยครับ

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่