
ความยุติธรรม
ความยุติธรรมเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา บารักโอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ
ความยุติธรรมเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา บารักโอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ
ได้ประกาศมาตรการลดตัวเลขการขาดดุลของประเทศราว 90 ล้านล้านบาท
แผนดังกล่าวมุ่งลดหนี้มหาศาลของสหรัฐด้วยการปล่อยให้มาตรการลดหย่อนภาษี สำหรับคนรวยหมดอายุลงและการอุดช่องโหว่ภาษีของนิติบุคคล อีกทั้งโอบามายังเตรียมเสนอ “กฎบัฟเฟตต์” กฎหมายขึ้นภาษีคนรวยฉบับใหม่
แม้หลายฝ่ายจะวิพากษ์วิจารณ์แผนของโอบามาว่า จะส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันส่วนน้อยของประเทศและการขึ้นภาษีคนรวยก็ใช่ว่าจะสร้างรายได้ให้กับภาครัฐได้มากนัก แต่บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ของสหรัฐก็ชี้ให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างมาตรฐานของความยุติธรรมและความเท่าเทียมกันในสังคม
กฎหมายภาษีฉบับใหม่ที่มีชื่อว่า“กฎบัฟเฟตต์” มาจากชื่อของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันซึ่งเคยกล่าวไว้ว่าชาวอเมริกันผู้มีฐานะร่ำรวยเสียภาษีน้อยกว่าชาวอเมริกันชนชั้นกลาง โดยผู้จัดการการลงทุนบางคนเสียภาษีแค่ 15% ของเงินรายได้หลายพันล้านเหรียญสหรัฐของพวกเขา ในขณะที่คนชั้นกลางกลับต้องเสียภาษีถึง 25%
ในช่วงที่ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น รัฐบาลสหรัฐก็ได้ออกมาตรการต่างๆ ที่เอื้อต่อคนรวยมากมาย
ดังนั้น โอบามาจึงต้องการยุติการประคบประหงมมหาเศรษฐีในประเทศด้วยการใช้ระบบจัดเก็บภาษีที่ยุติธรรม โดยโอบามาถึงกับประกาศที่จะวีโตร่างกฎหมายที่ดึงเงินไปจากโครงการด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุ แต่กลับไม่เรียกร้องให้ผู้ที่ร่ำรวยและบริษัทใหญ่ๆ ต้องจ่ายส่วนของพวกเขา
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้แผนขึ้นภาษีคนรวยของโอบามาอาจไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากพรรครีพับลิกันนั้นครองเสียงข้างมากอยู่ แต่พรรครีพับลิกันเองก็ต้องระมัดระวัง เพราะหากไม่สนับสนุนแผนดังกล่าว ชาวอเมริกันก็รู้ดีว่าต้องโทษใคร







