
IMFเตือนศก.โลกเข้าแดนอันตราย
วิกฤตหนี้มะกัน-ยุโรปสุดแย่เศรษฐกิจเกิดใหม่ต้านไม่อยู่
วิกฤตหนี้มะกัน-ยุโรปสุดแย่เศรษฐกิจเกิดใหม่ต้านไม่อยู่
ไอเอ็มเอฟเตือน เศรษฐกิจโลกเข้าสู่แดนอันตราย พร้อมกับปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งในสหรัฐและยุโรป
โอลิเวอร์ บลองชาร์ด หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในงานแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่แดนอันตรายครั้งใหม่ โดยที่การฟื้นตัวเป็นไปอย่างอ่อนแอที่สุด อีกทั้งความเสี่ยงจากปัจจัยลบต่างๆ ก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใด
บลองชาร์ด ระบุว่า การคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกทั้งในปี 2554 และ 2555 นั้นจะอยู่ที่ 4% เท่านั้น นอกจากนั้นบรรดาเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งจีนและอินเดีย ที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกนั้น ก็จะไม่สามารถหลีกหนีผลกระทบจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้วได้อีกด้วย โดยการแก้ปัญหาจำเป็นที่แต่ละประเทศจะต้องใช้นโยบายเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และจะต้องเร่งหาทางลดความเสี่ยงไปพร้อมๆ กัน
ในรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจของไอเอ็มเอฟ ยังคาดการณ์ด้วยว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะเชื่องช้าลงทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดยปัจจัยเสี่ยงหลักๆ เป็นผลมาจากปัญหาหนี้และปัญหาการขาดดุลงบประมาณในประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐและกลุ่มยูโรโซน
“ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งในด้านงบประมาณของตัวเองให้พร้อมก่อนที่ปัญหาจากประเทศพัฒนาแล้วจะส่งผลกระทบมาถึง” บลองชาร์ด กล่าว
หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ กล่าวด้วยว่า ในช่วงเดือน ส.ค.ผ่านมานั้น ความไม่แน่นอนในภาคการเงินและปัญหาด้านงบประมาณ ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างรุนแรง โดยที่นักลงทุนต่างจับตาความเคลื่อนไหวปัญหาหนี้ในสหรัฐและในยุโรป ซึ่งตลาดทุนกำลังตั้งคำถามถึงความสามารถของหลายประเทศว่า จะสามารถฟื้นเสถียรภาพในปัญหาหนี้สาธารณะของตัวเองได้หรือไม่
ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่า ในปีนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐจะอยู่ที่ 1.5% เท่านั้น และในปีหน้าจะเติบโตอยู่ที่ 1.8% ส่วนกลุ่มประเทศยูโรโซน 17 ชาติ ที่กำลังถูกปัญหาหนี้รุมเร้าอย่างหนัก จะมีอัตราการเติบโตที่ 0.5% เท่านั้นในปีนี้ และ 1.1% ในปีหน้า
ขณะที่ทางด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่น แม้ว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้างนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจแดนอาทิตย์อุทัยในปีนี้ก็ยังจะติดลบอยู่ที่ 0.5% ก่อนที่จะมาขยับตัวได้อีกครั้งที่ 2.3% ในปีหน้า
ด้านกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียนั้น จะประสบปัญหาความต้องการสินค้าในตลาดตะวันตก ทำให้การเติบโตเชื่องช้าลงโดยจะเห็นผลในปีหน้า ซึ่งการเติบโตจะอยู่ที่ 6.1% โดยจีนจะยังคงเป็นประเทศที่มีการเติบโตมากทีสุดที่ 9% ในปีหน้า







