
มะกันเตรียมประท้วงหน้าวอลสตรีต
ลั่นชุมนุมอย่างสันตินาน2เดือนร้องรัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตศก.
ลั่นชุมนุมอย่างสันตินาน2เดือนร้องรัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตศก.
ชาวอเมริกันนับหมื่นเตรียมชุมนุมบนถนนวอลสตรีต ประท้วงรัฐบาลแก้วิกฤตเศรษฐกิจ
เว็บไซต์ข่าวซีเอ็นเอ็น มันนี่ ของสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ในขณะนี้บริษัทการเงินการธนาคารชื่อดังบนถนนวอลสตรีตของสหรัฐ กำลังตกเป็นเป้าหมายการรวมตัวชุมนุมประท้วงครั้งล่าสุด ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสารเอดบัสเตอร์ นิตยสารนักเคลื่อนไหวชื่อดังของสหรัฐ
กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ใช้ชื่อว่า “ออกคิวพาย วอลสตรีต” ได้ชักชวนให้ประชาชนอเมริกันผ่านทางเว็บบล็อกของกลุ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. ให้เดินทางมาร่วมตั้งแคมป์ชุมนุมประท้วงด้านหน้าถนนวอลสตรีต ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำนักงานของบริษัทการเงินชื่อดังของสหรัฐ ทั้งธนาคารแบงก์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน แบงก์ ออฟ อเมริกา คอร์ปอเรชัน บริษัท มอร์แกน สแตนเลย์ และบริษัทในเครือซิตี้กรุ๊ป เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นิตยสารเอดบัสเตอร์ได้ตั้งเป้าไว้ว่า จะมีผู้มาเข้าร่วมชุมนุมประท้วงอย่างสงบในครั้งนี้ถึง 9 หมื่นคน และกำหนดเป้าหมายการชุมนุมในวันแรกว่า ต้องการเรียกร้องให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อยุติอำนาจทางการเงินที่ครอบงำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาคองเกรส
ด้าน ไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดเตรียมพื้นที่ถนนวอลสตรีตให้ผู้ประท้วงไว้เรียบร้อยแล้ว
“ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมประท้วง เพราะฉะนั้นถ้าใครต้องการที่จะประท้วง เราก็ต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้แน่ใจว่าคนเหล่านั้นมีพื้นที่ที่จะแสดงออกทางความคิดเห็น” บลูมเบิร์ก กล่าว
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกระดานข่าวของศูนย์ข้อมูลความปลอดภัยไซเบอร์ และศูนย์บูรณาการการสื่อสารแห่งชาติของสหรัฐ ระบุว่า เหล่าผู้ชุมนุมประท้วงมีแผนการที่จะชุมนุมประท้วงตามย่านเศรษฐกิจในเมืองสำคัญทั่วโลก ทั้งมาดริด มิลาน ลอนดอน และปารีสอีกด้วย
ขณะที่ทางฝั่งยุโรป คณะกรรมการจัดการประชุมของโปแลนด์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรื้อแนวที่กั้น เพื่อจัดเตรียมพื้นที่ให้ผู้ประท้วงต่อต้านแผนรัดเข็มขัดกว่า 3 หมื่นคน ส่งผลให้รัฐมนตรีคลังของแต่ละประเทศต้องเดินทางกลับประเทศก่อนกำหนดการ
อย่างไรก็ตาม การประชุมหารือซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย.นี้ มีแววล่มตั้งแต่ที่มีการขัดแย้งทางความคิดระหว่าง ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และ โวล์ฟกัง ชอยเบล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี
เนื่องจากในขณะที่ไกธ์เนอร์แนะนำให้ผู้นำยูโรโซนให้การสนับสนุนเงินทุนช่วยเหลือประเทศสมาชิกยูโรโซนที่กำลังประสบกับวิกฤตหนี้เป็นจำนวนเงิน 6.07 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เยอรมนีกลับไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของไกธ์เนอร์ โดยมองว่าทางกลุ่มอียูจำเป็นต้องศึกษาพิจารณาแผนการใช้เงินอย่างรัดกุมเสียก่อน
พร้อมกันนี้ทางเยอรมนียังได้เรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกการคัดค้านการจัดเก็บภาษีการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก ซึ่งไกธ์เนอร์กล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว







