
โลกมองไทย
ภายหลังจากที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก้าวขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
ภายหลังจากที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก้าวขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลคงทำทุกวิถีทางที่จะยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เหตุเพราะมีสมาชิกของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนไม่น้อยที่ถูกกฎหมายข้อนี้เล่นงานอย่างหนัก
บทบรรณาธิการของเว็บไซต์คอลซิลออนฟอร์เอนรีเลชัน ให้ความเห็นว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้นได้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของไทย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบันก็เป็นได้
ดังที่เห็นได้จาก ไม่ว่าจะเป็นคณะนายทหารระดับสูงในกองทัพที่นิยมเจ้า หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็มักจะใช้อาวุธนี้โจมตีฝ่ายตรงข้ามอยู่บ่อยครั้ง
ตามสถิติของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ ชี้ว่า คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 1,500% ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น
ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้ว่าตัวของยิ่งลักษณ์เองเคยแสดงความตั้งใจไว้ว่า ไม่ต้องการให้มีการนำกฎหมายข้อนี้มาใช้ในทางที่ผิด หรือนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ประกอบกับการที่มีกลุ่มนักวิชาการหลายฝ่ายยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงยิ่งลักษณ์ ให้ทบทวนกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพร้อมกับเรียกร้องให้มีการอนุญาตประกันตัวผู้ที่ถูกจับคดีนี้
แต่ทว่า ยิ่งลักษณ์หรือคณะรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็ยังไม่ได้ส่งสัญญาณที่จะดำเนินการใดๆ ต่อกฎหมายข้อนี้ เพื่อสนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในประเทศแต่อย่างใด
ผู้เขียนให้ความเห็นว่า การไม่เข้าไปยุ่งกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของยิ่งลักษณ์ หรือดำเนินการยกเลิกกฎหมายข้อนี้ ตามที่หลายฝ่ายตั้งความหวังไว้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการเมืองอันแยบยลเพื่อสร้างความปรองดองในประเทศ ถึงแม้ว่าอาจจะทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนไม่พอใจในตัวของยิ่งลักษณ์ก็เป็นได้







