
กบฏลิเบียแฉเคยติดคุกไทย
อ้างตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายถูกเจ้าหน้าที่ซีไอเอมะกันทรมาน
อ้างตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายถูกเจ้าหน้าที่ซีไอเอมะกันทรมาน
หัวหน้ากบฏลิเบียแฉ เคยถูกซีไอเอกักขังและทรมานในคุกลับ ในไทย ด้านสื่อผู้ดีเผยเอกสารลับยืนยันสหรัฐและอังกฤษเคยมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกัดดาฟี
อับเดล ฮาคิม เบลฮัจ ผู้บัญชาการกองกำลังกบฏลิเบีย เปิดเผยว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) นำตัวไปกักขังที่คุกลับแห่งหนึ่งในไทยเมื่อปี 2547 ซึ่งตรงกับช่วงรัฐบาลอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐทรมานอย่างหนักเพื่อเค้นความลับ
ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวเอพี เบลฮัจระบุว่า ได้ถูกจับกุมที่สนามบินมาเลเซียเมื่อปี 2547 ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ซีไอเอส่งตัวไปยังประเทศไทย โดยในขณะนั้น เบลฮัจดำรงตำแหน่งผู้นำกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มซึ่งเคยวางแผนลอบสังหาร พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย
ในช่วงที่ถูกคุมขังที่ไทยก็ถูกเจ้าหน้าที่ซีไอเอทรมานอย่างโหดเหี้ยม โดยเจ้าตัวเชื่อว่า ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายทันทีหลังเกิดเหตุวินาศกรรมอาคารเวิลด์เทรด เพราะเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง
ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลมีขึ้นภายหลังหนังสือพิมพ์ ดิ อินดิเพนเดนต์ ของอังกฤษได้เผยเอกสารลับซึ่งค้นพบโดยเจ้าหน้าที่องค์กรสิทธิมนุษยชนในลิเบีย ที่ระบุว่าซีไอเอและเอ็มไอซิกซ์ หน่วยข่าวกรองอังกฤษ เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลลิเบียในช่วงที่สหรัฐได้เริ่มทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายเมื่อ 10 ปีก่อน ในสมัยที่จอร์จ ดับเบิลยู บุช ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
อีกทั้งเอกสารดังกล่าวยังระบุว่า สหรัฐและลิเบียนั้นได้มีข้อตกลงพิเศษเรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยสหรัฐนั้นได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายจำนวนมากไปยังลิเบียซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทรมานนักโทษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้สอบปากคำ โดยในจำนวนนี้ก็มีชื่อของผู้บัญชาการกลุ่มกบฏลิเบียรวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม เบลฮัจยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายก่อการร้าย และแม้จะถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐทรมานอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นสหรัฐหรือชาติตะวันตก ตรงกันข้ามกลับรู้สึกซาบซึ้งที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ได้เข้ามาช่วยเหลือกลุ่มกบฏจนสามารถเข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ในลิเบียได้







