posttoday

ค่านิยมในการกิน วาระแห่งชาติ (ตอนจบ)

04 กันยายน 2554

แต่แล้วเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวของอาหารในร้านก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

แต่แล้วเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวของอาหารในร้านก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

เมื่อเด็กน้อยชาวฉางซาพบว่ากระดูกไก่ทอดที่ตนกำลังแทะอย่างเมามันอยู่นั้นมีหนอนแมลงวันเกาะอยู่ ฟังแล้วเหมือนเรื่องหลอกเด็ก แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเรื่องสารแปลกปลอมสีเขียวที่ติดอยู่ในหลอดดูดน้ำในร้านสาขาเมืองเสิ่นเจิ้น แต่ไม่นานข่าวดังกล่าวก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคม

เมื่อเทียบกับร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังข้างต้นแล้ว พิซซ่า ฮัท ดูเหมือนจะมีข่าวฉาวน้อยกว่าเพื่อน แต่ก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เช่นกัน เพราะมีการเอาซอสมะเขือเทศที่ลูกค้ากินเหลือมาผสมรวมกันแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ

คำถามก็คือ เหตุใดอาหารที่มีสารปนเปื้อนเหล่านี้ยังสามารถขยายกิจการไปตามเมืองต่างๆ ของจีนได้อย่างไม่หยุดยั้ง หรือว่าชาวจีนไม่สนใจเรื่องสุขอนามัยของตนและครอบครัว

การเข้ามามีบทบาทของอาหารฟาสต์ฟู้ดแบบตะวันตกจนสามารถแผ่ขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ เกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการด้วยกัน ที่สำคัญคือความคลั่งไคล้ของนอกและความไว้เนื้อเชื่อใจในชื่อเสียงที่มีมานาน ความเป็นร้านที่มีกระจกใสสะอาดรอบด้าน พนักงานแต่งกายสุภาพ บรรยากาศการตกแต่งร้านเต็มไปด้วยสีสัน รวมไปถึงเมนูอาหารที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทำให้ร้านอาหารเหล่านี้กลายเป็นตัวแทนความสะอาด คุณค่าทางโภชนาการ ความสะดวกสบายในสายตาชาวจีนมานานหลายเพลาแล้ว

ค่านิยมในการกิน วาระแห่งชาติ (ตอนจบ)

สำหรับร้านอาหารที่มีกลิ่นอายแบบจีนๆ เมนูอาหารราคาถูก บรรยากาศภายในร้านไม่เจริญหูเจริญตา พนักงานแต่งตัวไม่เรียบร้อย เมื่อนำไปเทียบกับลักษณะของร้านอาหารข้างต้นแล้ว ถือว่าให้ความรู้สึกทางใจที่แตกต่างกันลิบลับ ร้านเก่าๆ เหล่านี้บ่งบอกถึงความล้าหลัง ไม่ทันกระแสสังคมที่นิยมชมชอบความเป็นตะวันตก ด้วยเหตุนี้อิทธิพลของร้านเคเอฟซี แมคโดนัลด์ พิซซ่า ฮัท ฯลฯ จึงเข้าครอบงำนิสัยการรับประทานของชาวจีน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน

สังคมเมืองขนาดใหญ่และขนาดกลางของจีนจะมีกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มคนหัวสมัยใหม่ กลุ่มคนทำงาน รวมไปถึงหนุ่มสาวทั่วไปที่แวะเวียนมาเป็นแขกประจำของร้านฟาสต์ฟู้ดเหล่านี้ พวกเขากำลังจมปลักอยู่ในกระแสตะวันตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา และพออกพอใจกับการเป็นสาวกของอาหารขยะอย่างน่าสังเวชใจ

การให้รางวัลแก่บุตรหลานที่สามารถสอบได้คะแนนดีด้วยการพาไปเลี้ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด กลายเป็นเรื่องที่นิยมปฏิบัติกันมากในสังคมจีน ผู้ปกครองภูมิใจที่ได้เห็นลูกหลานของตนดื่มกินอย่างเต็มที่โดยไม่ได้คำนึงถึงภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา นั่นคือ “โรคอ้วน” และ “โรคมะเร็ง” ที่มาพร้อมกับอาหารเหล่านี้ ดูเหมือนว่าชาวจีนจำนวนมากมองข้ามภัยดังกล่าว และยังคงให้การสนับสนุนอาหารขยะต่อไป

ในสายตาของวัยรุ่นจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ของตลาดฟาสต์ฟู้ดมองว่า การได้เข้าไปนั่งในร้านอาหารเหล่านี้ ย่อมถือเป็นการยกระดับฐานะของตนให้สูงขึ้น หลายคนไม่ได้ติดใจในรสชาติหรือราคาที่ย่อมเยา (แบบเซต) ทั้งๆ ที่วัยรุ่นจำนวนมากทราบดีถึงภาพลักษณ์ของอาหารเหล่านี้ในประเทศแถบอเมริกาและยุโรปว่าไม่ต่างอะไรกับร้านอาหารข้างทางที่ไร้ระดับ แต่ด้วยความตกเป็นทาสอาหารตะวันตก นานวันเข้าจึงหล่อหลอมเป็นความเคยชินในการรับประทานอาหารโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้ภาครัฐจะออกมาตรการเข้มข้นในการหยุดยั้งการบริโภคอาหารขยะ แต่ก็ไม่ได้ผลตามที่คาด หากรสนิยมการบริโภคของคนกลุ่มนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง

คนจีนโดยมากมักเข้าใจว่าการรับประทานอาหารในร้านเหล่านี้หมายถึงการรับประทานอาหารตะวันตกที่ดูหรูหรามีราคา ทั้งๆ ที่อาหารประเภทนี้เป็นอาหารที่แสนจะธรรมดาในหมู่ชาวตะวันตก ถือเป็นอาหารราคาถูกที่หาซื้อกินง่าย ใช้ประทังความหิวได้เป็นอย่างดี ถือเป็นความเข้าใจผิดๆ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของการบริโภคอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ค่านิยมในการกิน วาระแห่งชาติ (ตอนจบ)

ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคนานัปการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นสัญญาณเตือนภัยให้ผู้บริโภคชาวจีนตระหนักถึงคุณภาพของอาหารต่างแดนที่เชื่อกันว่าดีนักดีหนา เอาเข้าจริงก็เป็นการหลอกลวงผู้บริโภค ในยุคที่การสื่อสารกว้างไกล การเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ย่อมช่วยให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้า แต่การรับเอาสิ่งต่างๆ จากภายนอกมาโดยไม่กลั่นกรองอย่างละเอียดถี่ถ้วน ย่อมนำภัยมาสู่ตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ดี บทเรียนเกี่ยวกับปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคของจีน สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมของหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพอาหารที่อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ ข้อน่าสังเกตก็คือ เหตุใดร้านฟาสต์ฟู้ดเหล่านี้จึงปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มงวดขณะอยู่ในบ้านเมืองของตน แต่พอมาขยายกิจการในต่างแดนกลับฝ่าฝืนข้อบังคับอย่างหน้าตาเฉย บางคนอาจตอบว่า เป็นเพราะร้านอาหารของชาวจีนไร้ศักยภาพในการสู้รบปรบมือ พวกเขาจึงหันไปคลั่งไคล้อาหารต่างแดน สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ความบกพร่องของหน่วยงานรัฐที่เปิดไฟเขียวให้ร้านอาหารเหล่านี้ได้รับการงดเว้นการตรวจสอบคุณภาพ คนกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินที่ทางบริษัทต้นสังกัดหยิบยื่นให้ และนั่นก็เป็นการเปิดโปงด้านมืดของระบบทุนนิยมที่เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งมโนธรรมของคน

วันนี้ สังคมจีนอาจมีเหตุการณ์การนำผงชงน้ำเต้าหู้มาชวนเชื่อผู้บริโภคว่าเป็นน้ำเต้าหู้ที่ปรุงสดใหม่ พรุ่งนี้อาจมีข่าวการนำผลไม้ที่ได้จากการนำผงผสมน้ำผลไม้มาเป็นวัตถุดิบในการทำ วันต่อๆ ไปอาจมีข่าวว่าไก่ทอดตามร้านฟาสต์ฟู้ดเป็นชนิดเดียวกับที่วางขายกันตามร้านรถเข็นข้างทาง

แต่ถึงจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกสักกี่ครั้ง หากชาวจีนยังคงลุ่มหลงอยู่ในอาหารเหล่านี้อยู่ร่ำไป มองไม่เห็นว่าราคาอาหารในร้านเหล่านี้เอาเปรียบผู้บริโภคมากเพียงใด อนาคตของร้านฟาสต์ฟู้ดเหล่านี้ก็ยังคงสดใสและยืนหยัดอยู่ในฐานที่มั่นแห่งนี้ได้ตราบนานเท่านาน เพราะความคลั่งไคล้ของนอกถือเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ธุรกิจเหล่านี้เจริญเติบโตอยู่ในวงการอาหารจีนอย่างมิต้องสงสัย

น่าสงสารชาวจีนที่ต้องตกอยู่ในวงจรอาหารที่ไร้การตรวจสอบเช่นนี้จริงๆ!

 

ข่าวล่าสุด

ของขวัญสงกรานต์ กรมทางหลวงจัดเต็ม วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์ 5 สาย เริ่ม 10 เม.ย.69