
เผย4ทางเลือกเฟดกระตุ้นเศรษฐกิจ
‘คิวอี3’ยังเป็นทางเลือกหลักพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจก่อน
‘คิวอี3’ยังเป็นทางเลือกหลักพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจก่อน
เฟดส่งสัญญาณพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านคณะกรรมการเฟดบางรายชี้นโยบายทางการเงินแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ซึ่งระบุว่า เฟดพร้อมที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการใช้นโยบายทางการเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบ 3 ภายหลังก่อนหน้านี้ประธานเฟดส่งสัญญาณว่าอาจไม่ใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว
รายงานการประชุมของเฟด ได้ระบุถึงมาตรการที่เฟดอาจพิจารณาเลือกใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 มาตรการ ได้แก่ การทุ่มเงินเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ การขยายระยะเวลาครบกำหนดของตราสารที่เฟดครอบครองอยู่ให้นานขึ้นเพื่อช่วยลดต้นทุนกู้ยืมในระยะยาว การลดอัตราดอกเบี้ยที่เฟดจ่ายให้กับเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยกู้มากขึ้น และสุดท้ายการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาการว่างงานภายในประเทศที่คาดว่ายังคงอยู่ที่ระดับ 9% ในเดือน ส.ค.
รายงานดังกล่าวนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุน โดยหุ้นสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นทันทีที่เฟดประกาศข่าว ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ตลาดนิวยอร์ก ปิดตลาดเมื่อวันที่ 30 ส.ค.เพิ่มขึ้น 0.15%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเฟดนั้นพร้อมที่จะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังก่อนหน้านี้ เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการใด โดยบอกแต่เพียงว่าเฟดนั้นยังคงมีเครื่องมือทางการเงินอันหลากหลายที่สามารถนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้
อีกทั้งในครั้งนั้นเบอร์แนนคียังได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐควรมีบทบาทมากกว่าธนาคารกลางสหรัฐในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเฟดบางคนก็ไม่เห็นด้วยกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 4 มาตรการ เนื่องจากมองว่าการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจะต้องเป็นไปทีละขั้นตอนและมาตรการทางการเงินจะไม่สามารถเร่งรัดกระบวนการนี้ได้
นอกจากนั้น คณะกรรมการยังมองว่านโยบายเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจเติบโตหรือตัวเลขการจ้างงานปรับตัวขึ้นแต่อย่างใด ขณะเดียวกันการอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจก็อาจก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมาอีกด้วย
นอกจากนี้ รายงานการประชุมดังกล่าวยังระบุว่า เฟดได้มีมติให้เพิ่มวันประชุมครั้งต่อไปเป็น 2 วัน จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 1 วัน เพื่อหารือเพิ่มเติมในเรื่องมาตรการในการกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 20-21 ก.ย.







