posttoday
สิงคโปร์เปิดกาสิโน หวังโกยเงินแสนล.

สิงคโปร์เปิดกาสิโน หวังโกยเงินแสนล.

15 กุมภาพันธ์ 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ประเดิมวันแรกปีเสือ สิงคโปร์เปิดกาสิโนประเดิมแห่งแรก หวังดึงเงินเข้าประเทศกว่า 6 แสนล้าน เตรียมเปิดแห่งที่ 2 ในอีก 2 เดือน

สิงคโปร์ถือฤกษ์ตรุษจีนเปิดกาสิโนแห่งแรกของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอมเพล็กซ์ขนาดมหึมา รีสอร์ต เวิลด์ เซนโตซา มูลค่าก่อสร้างถึง 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.45 แสนล้านบาท) หวังดึงเงินนับหมื่นล้าน เพื่อกระตุ้นบทบาท ของภาคบริการแทนที่ภาคการผลิต ซึ่งเคยมีบทบาทหลักในระบบเศรษฐกิจของสิงคโปร์ และเพื่อเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ

สำหรับกาสิโนแห่งแรกของสิงคโปร์ เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 12.18 น. ซึ่งหากอ่านออกเสียงช่วงเวลาดังกล่าวในภาษากวางตุ้ง จะได้คำที่พ้องกับความหมายว่าความมั่งคั่ง โดยหญิงชาวสิงคโปร์เป็นลูกค้ารายแรกที่ได้ประเดิมกาสิโนแห่งนี้ ตามด้วยกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรกอีกราว 200 คน

“เรารอคอยเวลานี้มายาวนาน พิธีเปิดกาสิโนในวันนี้คือหลักหมายสำคัญของรีสอร์ต เวิลด์ เซนโตซา สำหรับเกนติง กรุ๊ป และสำหรับสิงคโปร์” หลิมก๊กเต ประธานเกนติง กรุ๊ป กล่าว พร้อมเสริมว่า ช่วงเวลานี้เหมาะสมที่สุดที่จะเกิดกาสิโน เนื่องจากเอเชียกำลังมีบทบาทสำคัญในการนำพาเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากกาสิโนบนเกาะเซนโตซาแล้ว ในเดือนเม.ย. สิงคโปร์ยังมีกำหนดการเปิดกาสิโนแห่งที่ 2 ที่มารินา เบย์ แซนด์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มแซนด์ จากลาสเวกัส คาดว่ากาสิโนทั้งสองแห่งจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากถึง 17 ล้านคนในแต่ละปี กระตุ้นเม็ดเงินเข้าประเทศถึง 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.93 แสนล้านบาท) ภายในปี 2558

ด้านลิมเฮงเคียง รัฐมนตรีพาณิชย์ของสิงคโปร์ กล่าวเมื่อเดือนม.ค.ว่า กาสิโนทั้งสองจะช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ หลังจากความต้องการสินค้าจากต่างประเทศชะลอตัวลง จนส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์อนุมัติให้ก่อสร้างกาสิโนรีสอร์ตเมื่อปี 2548 ทั้งสองแห่ง หลังจากผ่านการทำประชาพิจารณ์อย่างดุเดือด โดยฝ่ายที่คัดค้านการสร้างกาสิโนกังวลว่า แหล่งการพนันจะทำลายคุณค่าทางสังคมอันดีงามของสิงคโปร์ และอาจทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางของการฟอกเงิน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน