
เหยื่อนอร์เวย์เผยนาทีสยองเฉียดตาย
คนร้ายปลอมเป็นตำรวจยิงดะตำรวจรับประมาทกลุ่มขวาจัด
คนร้ายปลอมเป็นตำรวจยิงดะตำรวจรับประมาทกลุ่มขวาจัด
เหยื่อเหตุกราดยิงนอร์เวย์เผยวินาทีระทึก คนร้ายปลอมตัวเป็นตำรวจเรียกคนมารวมตัวกันก่อนควักปืนกราดยิงอย่างใจเย็น ด้านตำรวจนอร์เวย์รับประมาทกลุ่มขวาจัด
ฮานา หนึ่งในพยานและผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญที่เกาะอูโตยาในนอร์เวย์วัย 16 ปี บรรยายวินาทีเอาชีวิตรอดให้สื่อท้องถิ่นของนอร์เวย์ โดยระบุว่า ทันทีที่คนร้ายในคราบตำรวจหยิบปืนขึ้นยิง ฝูงชนต่างวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงเอาตัวรอดทั้งวิ่งเข้าพุ่มไม้และโดดลงน้ำ
“เรายืนอยู่ใกล้ชายหาด เราเลยโดดลงน้ำหนี แต่เขา (คนร้าย) กลับตามมายิงใส่เรา” ฮานา กล่าว
ด้านเอลลิส ในวัย 15 ปี หนึ่งในพยานและเป็นผู้เข้าร่วมค่ายเยาวชนการเมืองซึ่งจัดโดยพรรคแรงงานของรัฐบาล เล่าว่า คนร้ายเริ่มสาดกระสุนใส่ฝูงชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนที่มาเข้าค่ายอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนตามไปยิงคนที่วิ่งหนีลงน้ำอย่างใจเย็น ขณะที่บางส่วนก็วิ่งเข้าป่าหรือวิ่งหลบเข้าไปภายในอาคาร
ขณะที่ คริสทีน เมลบี พยานผู้อาศัยอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุบรรยายว่า ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น จนกระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้คนและเห็นคนร้ายในชุดตำรวจเดินไล่ยิงคนที่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างไม่ยี่หระ
“ฉันเห็นเด็กๆ วิ่งพล่านไปทั่วหรือไม่ก็กระโดดลงน้ำ มันเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นที่นี่” เมลบี กล่าว
ทั้งนี้ เหตุกราดยิงในครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 84 ราย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งระดมกำลังค้นหาและช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายตลอดแนวชายฝั่งของเกาะอูโตยาตลอดคืน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวคนร้ายได้ในที่เกิดเหตุ โดยทราบชื่อในภายหลังว่า แอนเดอร์ส เบห์ริง เบรวิก ซึ่งเป็นชายชาวนอร์เวย์ วัย 32 ปี ซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองที่ฝักใฝ่ไปในกลุ่มขวาจัด
การรวบตัว เบรวิก ในครั้งนี้ ทำให้แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่ส่วนใหญ่พากันคาดคิดว่าเหตุการณ์เขย่าขวัญที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันทั้งการระเบิดใจกลางกรุงออสโลและเหตุกราดยิงเยาวชนที่เกาะอูโตยาในครั้งนี้ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้างแค้นของกลุ่มก่อการร้ายอิสลาม หลังจากที่นอร์เวย์เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถานและลิเบียกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนนอร์เวย์ยอมรับผิดว่าสาเหตุที่ทำให้ประเทศต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สะเทือนขวัญในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายรักษาความปลอดภัยที่เมินเฉยต่อกลุ่มขวา เพราะไม่ทันคาดคิดว่ากลุ่มดังกล่าวจะกลายมาเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสังคม แม้ว่าในรายงานประจำปีของหน่วยงานด้านความมั่นคงของนอร์เวย์จะระแคะระคายว่ากลุ่มดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวและติดต่อกับองค์กรอาชญากรรมทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงอาวุธร้ายแรงก็ตาม







