
โลกมองไทย
ข้อพิพาทชายแดนไทยกับกัมพูชามีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงและอาจยืดเยื้อ
ข้อพิพาทชายแดนไทยกับกัมพูชามีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงและอาจยืดเยื้อ
หลังจากที่เขมรปฏิเสธที่จะตกลงผ่านการประชุมแบบทวิภาคี และนำเรื่องเข้าสู่เวทีโลกแทน
อย่างไรก็ตาม ทาง ทิม ลารอคโค นักศึกษาปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่วิทยาลัยชุมชนของนิวยอร์ก ได้เขียนบทความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า วิกฤตสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอาจยังสามารถกู้ให้กลับมาดีขึ้นได้ หลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง
ลารอคโค ให้ความเห็นว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศมหาอำนาจทั่วโลกอื่นๆ เช่น สหรัฐ จีน รัสเซีย และประเทศสมาชิกในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ยังจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่หลายฝ่ายคงจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างแน่นอน
การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายต่างประเทศ เพราะนโยบายการต่างประเทศเดิมของรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นไร้ประสิทธิภาพ และล้มเหลวไม่เป็นท่ามาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
ลารอคโค เชื่อว่าการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ออกมายืนยันว่าจะปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลกนั้น แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล และอาจจะทำให้ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต้องออกโรงประท้วงอีกระลอกก็เป็นได้ เหมือนกับครั้งที่ฝ่ายพันธมิตรฯ ออกมาต่อต้าน สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ที่ออกตัวสนับสนุนกัมพูชาเรื่องเสนอให้เขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะเชื่อว่าเป็นการหยามเกียรติชาติไทยเป็นอย่างมาก
ดังนั้น ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคเพื่อไทยและทางการกัมพูชา อาจช่วยกอบกู้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชา และทำให้สถานการณ์ที่คุกรุ่นสงบลงได้ ดังจะเห็นได้จากที่รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ฮอร์นัมฮง ที่ดูจะแสดงอาการดีใจอย่างออกนอกหน้ากับชัยชนะของพรรคเพื่อไทยอย่างที่สุด







