
Baidu กับความก้าวหน้าในเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ
เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับเปิดตัวและถูกใช้งานกันมาได้สักพักในหลายประเทศ สำหรับในจีนแม้ได้รับอนุญาต แต่กฎหมายบังคับให้ต้องมีผู้ควบคุมหลังพวงมาลัย แต่ล่าสุด Baidu ได้รับอนุญาตให้ไม่ต้องมีคนขับประจำการอีกต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญต่อวงการรถยนต์ไร้คนขับ
รถยนต์ไร้คนขับ ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เราคาดหวัง จะดีสักแค่ไหนเมื่อวันหนึ่งเราสามารถปล่อยให้รถขับเคลื่อนไปเองโดยไม่ต้องควบคุม เทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจพัฒนาจากหลายด้านทั้งบริษัทรถยนต์ทั้งหลายตั้งแต่ Tesla, BMW, General Motors ไปจนบริษัทเทคโนโลยี Apple และ Google เองล้วนกระโจนลงสู่สมรภูมิทั้งสิ้น
เมื่อมีการพูดถึงรถยนต์ไร้คนขับและติดตั้งระบบดังกล่าวลงไปในรถยนต์ส่วนตัว ที่ทำให้เกิดเสียงอื้ออึงไม่แพ้กันคือการพัฒนาไปสู่บริการแท็กซี่ไร้คนขับ เมื่อรถโดยสารที่เราใช้งานไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนขับอีกต่อไป นำไปสู่ธุรกิจขนส่งรูปแบบใหม่ที่ให้บริการรถโดยสารที่ไม่ต้องมีมนุษย์มาควบคุม
และด้วยการพัฒนาที่เกิดขึ้นจากหลายบริษัท ทำให้ปัจจุบันบริการแท็กซี่ไร้คนขับเองก็เกิดขึ้นมากมายเช่นกัน
บริการแท็กซี่ไร้คนขับ แนวทางธุรกิจขนส่งรูปแบบใหม่
ธุรกิจรถรถยนต์ไร้คนขับสำหรับต่างประเทศโดยเฉพาะไทยอาจเป็นของใหม่น่าตื่นตา แต่สำหรับบางประเทศนี่เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพูดถึงมาพักใหญ่ โดยเฉพาะสองขั้วแห่งเทคโนโลยีอย่าง สหรัฐฯ และ จีน กับการผลักดันให้รถยนต์ไร้คนขับกลายเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจ
โดยในสหรัฐฯมีการให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับมาพักใหญ่จาก Waymo แบรนด์จากบริษัท Alphabet เครือเดียวกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ Google ภายหลังการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับมาตั้งแต่ปี 2009 ที่สุดพวกเชาก็นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในปี 2020 ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย และ เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา
อีกหนึ่งแบรนด์ผู้ให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในสหรัฐฯคือ Cruise จากบริษัทรถยนต์ General Motors เริ่มให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยตั้งเป้าว่าในช่วงปี 2030 ธุรกิจนี้จะทำกำไรมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์/ปี และเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไร้คนขับสำหรับการใช้งานทั่วไปควบคู่กันไปด้วย
สำหรับในจีนแม้ระบบรถยนต์ไร้คนขับจะได้รับการพัฒนาต่อเนื่องให้บริการมาสักพัก ทั้งทางฝั่งของ Baidu กับ Apollo Go แท็กซี่ไร้คนขับที่ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 และเริ่มให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารในปี 2020 โดยมีขอบเขตการวิ่งภายในปักกิ่ง และเริ่มขยายไปตามเมืองต่างๆ มีจุดหมายในการขยายขอบเขตให้บริการไปอีก 65 เมือง
อีกหนึ่งเจ้าผู้ได้รับอนุญาตให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับคือ Pony.ai บริษัทสตาร์ทอัพผู้พัฒนาระบบรถยนต์ไร้คนขับ โดยขอบเขตให้บริการอยู่ในเขต หนานซา ทางตอนใต้ของมลฑลกวางโจว และกำลังขยายความร่วมมือกับบบริษัท Sany Heavy Industry ค่ายรถยนต์ใหญ่ในจีนเพื่อผลิตรถบรรทุกไร้คนขับอีกด้วย
แต่สำหรับในจีน Baidu กำลังจะก้าวล้ำไปอีกขั้น หรืออาจต้องบอกว่าพวกเขาทำให้รถยนต์ไร้คนขับได้จริงเสียที
Baidu กับการก้าวเข้าสู่การให้บริการรถยนต์ไร้คนขับ
เดิมทีแม้จะเปิดให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับมาสักพักแต่กฎหมายจีนยังมีข้อจำกัด ด้วยข้อกังวลด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบขัยเคลื่อนอัตโนมัติ ทางการจีนจึงมีข้อบังคับให้แท็กซี่ไร้คนขับจำเป็นต้องมีคนขับนั่งหลังพวงมาลัย คอยป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นข้อจำกัดที่ทำให้แท็กซี่ไร้คนขับไม่สามารถไร้คนขับจริงๆ ได้
ล่าสุดทาง Baidu ได้รับอนุญาตให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับโดยไม่ต้องมีคนขับประจำการอีกต่อไป ถือเป็นการปลดล็อกครั้งสำคัญที่ช่วยให้แท็กซี่ไร้คนขับสามารถทำงานได้โดยไร้คนขับตามจุดประสงค์ และเป็นก้าวสำคัญต่อเทคโนโลยีรถยนค์ไร้คนขับต่อจากนี้
ในส่วนความปลอดภัยแน่นอนว่าได้รับการตรวจสอบเข้มงวดซับซ้อนในหลายระดับ เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจว่ารถยนต์ไร้คนขับสามารถทำงานได้ปลอดภัย ตั้งแต่ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ, การแสดงผลในระบบ, ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร อาศัยการเรียนรู้และสนับสนุนจากข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวมจากการวิ่งจริงเป็นระยะทางกว่า 32 ล้านกิโลเมตร อีกทั้งมีการเก็บข้อมูลจากเครือข่าย 5G แบบเรียลไทม์ ในกรณีฉุกเฉินยังรองรับการบังคับจากระยะไกลอีกด้วย
ปัจจุบันบริการแท็กซี่ไร้คนขับให้บริการอยู่ใน 2 พื้นที่ คือในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีเมืองอู่ฮั่น มีเนื้อที่ราว 13 ตารางกิโลเมตร ส่วนในเมืองฉงชิ่งมีพื้นที่ครอบคลุมในเขตหยงชวน มีพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตร เปิดให้บริการเฉพาะช่วงกลางวัน โดยมีระยะเวลาให้บริการสูงสุดถึง 17.00 น.
ปัจจุบันรถยนต์และแท็กซี่ไร้คนขับที่ให้บริการในตอนนี้ถือเป็นรุ่นที่ 5 ของ Apollo แต่ทาง Baidu มีการเปิดเผยต้นแบบของรุ่นที่ 6 ซึ่งจะเป็นรถยนต์ลูกผสมระหว่าง SUV กับ มินิแวน ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และสามารถถอดพวงมาลัยออกเพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกระหว่างขับเองกับใช้งานระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่นำมาให้บริการขนส่งไร้คนขับ และเตรียมขยายเส้นทางรองรับเพิ่มเป็น 100 เมืองภายในปี 2030
แน่นอนนี่เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับการพูดถึงและน่าจับตามอง ว่าการมาถึงของแท็กซี่ไร้คนขับจะพลิกโฉมโลกนี้ได้แค่ไหน แน่นอนมันอาจไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ววัน จากข้อจำกัดทั้งในด้านกฎหมาย ผังเมือง รวมถึงข้อมูลสนับสนุน แต่ไม่แน่ในอนาคตนี่อาจเป็นเทคโนโลยีที่แพร่หลาย ทำให้เราเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกสบาย ไม่ต้องปวดหัวกับการส่งรถอีกต่อไป
ติดแค่เพียงมันอาจต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการพัฒนา จึงจะสามารถนำมามาใช้งานได้จริงในหลายประเทศ
ที่มา
https://techcrunch.com/2022/07/27/pony-ai-forms-autonomous-truck-jv-with-sany-heavy-truck-in-china/
https://www.theregister.com/2021/11/25/baidu_apollo/
https://techcrunch.com/2022/07/20/baidu-reveals-next-gen-robotaxi-for-china/
https://workpointtoday.com/taxi-self-driving-car/







