posttoday
ไม่ใช่มหาอุทกภัย แต่ฝนตกหนักถึง 27 ก.ย. ยังเสี่ยง ท้องถิ่นต้องเตือนให้ถึงคน

ไม่ใช่มหาอุทกภัย แต่ฝนตกหนักถึง 27 ก.ย. ยังเสี่ยง ท้องถิ่นต้องเตือนให้ถึงคน

24 กันยายน 2569

ผู้เชี่ยวชาญแยกความเสี่ยงน้ำท่วมใหญ่กับน้ำป่าไหลหลาก พร้อมชี้ว่าคำเตือนภาพกว้างต้องส่งต่อเป็นแผนรับมือระดับชุมชน

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าฝนตกหนักถึง 27 ก.ย. เป็นฝนตามฤดูกาล ไม่ใช่สถานการณ์ "มหาอุทกภัย" แบบปี 2554 ตามที่มีข่าวลือในโซเชียลมีเดีย
  • แม้ไม่ใช่น้ำท่วมใหญ่ แต่ฝนที่ตกหนักยังคงสร้างความเสี่ยงให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยงได้
  • หน่วยงานท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการแจ้งเตือนภัยให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง

 

ข้อความว่า “เหลือเวลา 120 ชั่วโมง” และ “มหาอุทกภัย” ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ทำให้หลายคนกังวลว่าฝนในช่วงวันที่ 23–27 กันยายนจะนำไปสู่น้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 2554 แต่ สุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศและรองโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา กับ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบายตรงกันว่า ข้อมูลขณะนี้บ่งชี้ถึง ฝนตกหนักตามฤดูกาล ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่มีปัจจัยรองรับคำว่า “มหาอุทกภัย”

 

จุดที่ทำให้ข่าวลือดูน่ากลัวคือการนำภาพแบบจำลองปริมาณฝนสะสมมาเผยแพร่โดยไม่บอกช่วงเวลาที่ใช้คำนวณ ตัวเลข 300–500 มิลลิเมตรบนแผนที่อาจเป็นยอดรวมหลายวัน แต่ผู้เห็นภาพอาจเข้าใจว่าเป็นฝนที่จะตกในวันเดียว ยิ่งเมื่อประกอบกับคำพาดหัวรุนแรง ภาพคาดการณ์จึงถูกตีความเป็นคำยืนยันว่าจะเกิดภัยพิบัติ ทั้งที่แบบจำลองล่วงหน้ายังปรับเปลี่ยนได้ตามข้อมูลอากาศใหม่

 

สะสมมากไม่ได้แปลว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่แบบปี 2554 โดยอัตโนมัติ การประเมินต้องดูด้วยว่าฝนตกที่ใด ตกต่อเนื่องนานเพียงใด น้ำในดินและลำน้ำอยู่ในระดับใด และมีมวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลมาสมทบมากแค่ไหน

 

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์

 

รศ.ดร.เสรีอธิบายว่า น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เกิดจากฝนและพายุที่สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดมวลน้ำเหนือจำนวนมากไหลลงมาพร้อมกัน ปริมาณน้ำผ่านนครสวรรค์เคยสูงราว 4,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ตัวเลขที่นำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ช่วงนี้อยู่ราว 1,600–1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงยังไม่เห็นลักษณะมวลน้ำหลากเป็นวงกว้างเช่นครั้งนั้น

 

อย่างไรก็ตาม การไม่มีสัญญาณของมหาอุทกภัย ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม ฝนหนักตามฤดูกาลยังทำให้น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาและจุดที่ดินชุ่มน้ำอยู่แล้ว ความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่จึงต้องพิจารณาจากสภาพจริงในวันนั้น ไม่ใช่ตัดสินจากภาพรวมระดับประเทศเพียงอย่างเดียว

 

สุรพงษ์ สารปะ

การแจ้งเตือนก็ต้องทำงานเป็นหลายระดับ กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามสภาพอากาศและออกประกาศเตือนในภาพกว้าง แต่การระบุว่าตำบลหรือหมู่บ้านใดควรเตรียมอพยพ ต้องอาศัยข้อมูลภูมิประเทศ ระดับน้ำ และจุดเปราะบางจากหน่วยงานในพื้นที่ อบต. เทศบาล และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินจังหวัดจึงมีบทบาทสำคัญในการนำคำเตือนส่วนกลางไปใช้กับชุมชน รวมถึงการดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ประชาชนควรอ่านแผนที่ฝนพร้อมหน่วยวัดและช่วงเวลาสะสม ตรวจสอบวันออกประกาศ และติดตามข้อมูลที่ปรับปรุงล่าสุดจากหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น หากอยู่ใกล้เชิงเขาหรือทางน้ำไหล ควรเตรียมช่องทางรับแจ้งเตือนและแผนย้ายไปยังจุดปลอดภัยไว้ล่วงหน้า การไม่ตื่นตระหนกกับคำว่า “มหาอุทกภัย” ควรเดินคู่กับการเตรียมพร้อมต่อภัยที่อาจเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ของตน 

แหล่งที่มาประกอบ :รายการคมชัดลึก

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์จัดพิธีใหญ่รับสี จิ้นผิง สหรัฐฯ-จีนต่ออายุพักรบทางการค้า

ทรัมป์จัดพิธีใหญ่รับสี จิ้นผิง สหรัฐฯ-จีนต่ออายุพักรบทางการค้า