posttoday
ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

13 กรกฎาคม 2569

27 ชีวิตจากหายนะย่านจตุจักร ปลุกคำถามใหญ่ เหตุใดมาตรฐานอาคาร ทางหนีฉุกเฉิน และการบังคับใช้กฎหมาย ยังหยุดความสูญเสียในสถานบันเทิงไม่ได้ แม้อดีตคอยส่งคำเตือน

KEY

POINTS

  • เกิดเหตุเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และบาดเจ็บ 63 ราย ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่ตอกย้ำปัญหาความปลอดภัยในสถานบันเทิงซ้ำรอยอดีต
  • เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สังคมย้อนนึกถึงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ 2 ครั้ง คือ ซานติก้าผับ (เสียชีวิต 67 ราย) และเมาน์เท่น บี (เสียชีวิต 26 ราย)
  • จุดร่วมของโศกนาฏกรรมทั้งสามครั้งคือการใช้วัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่าย ประกอบกับปัญหาทางหนีไฟที่ไม่เพียงพอและไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดความสูญเสียรุนแรง

เปลวไฟที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จุดคำถามเดิมจากซานติก้าและเมาน์เท่น บี ว่าเหตุใดบทเรียนเรื่องทางหนีไฟและกฎหมายจึงยังวนกลับมา ไม่รู้จบ?

 

เสียงดนตรีและความรื่นเริง คืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ต้องยุติลงอย่างฉับพลัน เมื่อเปลวเพลิงปะทุขึ้นภายใน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” สถานบันเทิงย่านจตุจักร ก่อนลุกลามรวดเร็วจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ มีผู้เสียชีวิตถึง 27 ราย และบาดเจ็บอีก 63 ราย

 

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงซากอาคารและความสูญเสียของหลายครอบครัว แต่ยังลากสังคมไทยกลับไปเผชิญคำถามเดิมที่เคยดังขึ้นหลังเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับ และเมาน์เท่น บี ว่า เหตุใดสถานบันเทิงซึ่งเป็นพื้นที่รวมผู้คนจำนวนมาก จึงยังกลายเป็นกับดักมรณะได้เมื่อเกิดเพลิงไหม้

ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

 

เวลา 23.57 น. เพลิงเริ่มลุกไหม้ภายในโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เลขที่ 17 ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร อาคารที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว มุงหลังคาเมทัลชีต ใช้ประกอบกิจการร้านอาหารและสถานบันเทิง

 

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ชี้ว่า ต้นเพลิงอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน ก่อนที่ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายแก่พื้นที่ประมาณ 164 ตารางเมตร กระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ถือเป็นข้อยุติ เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า จุดกำเนิดเพลิง ตลอดจนเงื่อนไขอื่นที่อาจทำให้ไฟลุกลามและผู้ใช้บริการไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ทัน

27 ชีวิต กับคำถามที่ยังรอคำตอบ

ความสูญเสียจากเหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงอย่างยิ่ง ผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 63 ราย แบ่งเป็นชาย 21 ราย หญิง 26 ราย และยังไม่ทราบเพศอีก 16 ราย

 

ผู้บาดเจ็บถูกกระจายส่งรักษาตามโรงพยาบาลรวม 16 แห่ง โดยโรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลพญาไทพหลโยธินรับผู้บาดเจ็บแห่งละ 11 ราย ขณะที่โรงพยาบาลวิมุตรับไว้ 9 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือถูกส่งไปยังสถานพยาบาลอื่นตามความเร่งด่วนและความเหมาะสมของอาการ

 

กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและประสานงาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเฉพาะใบอนุญาตประกอบกิจการ การใช้อาคาร และมาตรฐานของทางหนีไฟ

 

นายกรัฐมนตรียังมีคำสั่งให้เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงค้นหาว่ามีบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียครั้งนี้หรือไม่

 

แต่ก่อนที่ผลการตรวจสอบจะปรากฏ โศกนาฏกรรมโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้ปลุกภาพจำจากคืนข้ามปีที่ซานติก้าผับ และเหตุเพลิงไหม้เมาน์เท่น บี ให้กลับมาอีกครั้ง เพราะทั้งสองเหตุการณ์เคยเปิดเผยจุดอ่อนด้านโครงสร้าง การควบคุมวัสดุไวไฟ ทางออกฉุกเฉิน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเจ็บปวดมาแล้ว

 

ซานติก้าผับ คืนฉลองที่กลายเป็นคืนแห่งความตาย

 

คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2552 ผู้คนจำนวนมากเดินทางไปนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ภายในซานติก้าผับ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร แต่การเฉลิมฉลองกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อมีการจุดพลุไฟหรือเอฟเฟกต์ประกอบการแสดงบริเวณหน้าเวทีภายในอาคาร

 

ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

 

ประกายไฟกระเด็นไปติดวัสดุตกแต่งและโฟมซับเสียงบนเพดานซึ่งเป็นวัสดุไวไฟ เพลิงจึงลุกลามไปทั่วอาคารอย่างรวดเร็ว พร้อมกับควันพิษที่ปกคลุมพื้นที่ในเวลาอันสั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 67 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

 

การตรวจสอบภายหลังพบว่า ซานติก้าผับมีทางเข้าออกหลักสำหรับลูกค้าเพียงทางเดียว ขณะที่ทางออกอื่นมีขนาดเล็ก ใช้สำหรับพนักงาน หรือไม่มีป้ายบอกทางชัดเจน เมื่อตัวอาคารมืดลงและควันปกคลุม ผู้ใช้บริการจำนวนมากจึงไม่ทราบว่าทางหนีไฟอยู่บริเวณใด

 

ภายในอาคารยังไม่มีระบบสปริงเกอร์ เครื่องตรวจจับควัน และสัญญาณเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ขณะที่วัสดุตกแต่งและโฟมซับเสียงกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญ ทำให้ไฟลุกลามรวดเร็วกว่าที่ผู้คนจะตั้งตัวและหลบหนี

 

ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10604/2558 วินิจฉัยว่า นายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ หรือ “เสี่ยขาว” ผู้มีอำนาจบริหารจัดการในขณะนั้น มีความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ

 

ศาลเห็นว่า การไม่จัดให้มีป้ายบอกทางหนีไฟอย่างชัดเจน และการปล่อยให้มีการจุดพลุไฟภายในอาคารปิดซึ่งมีผู้คนจำนวนมาก เป็นการละเลยต่อความปลอดภัยอย่างร้ายแรง จึงพิพากษาจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา

 

ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

 

คดีซานติก้าผับ เป็นหลักฐานทางกฎหมายว่า ผู้ประกอบกิจการไม่อาจอ้างว่าไม่ทราบถึงอันตราย หากละเลยมาตรการพื้นฐานที่มีไว้เพื่อรักษาชีวิตของผู้ใช้บริการ

 

เมาน์เท่น บี บาดแผลเดิมในอาคารที่ไฟลามไม่ถึง 5 นาที

 

เหตุเพลิงไหม้เมาน์เท่น บี สถานบันเทิงในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เกิดขึ้นเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ต้นเพลิงเริ่มจากประกายไฟบริเวณฝ้าเพดาน ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที

 

หลังคาของอาคารมีการบุโฟมดูดซับเสียงซึ่งเป็นวัสดุไวไฟ เมื่อไฟลุกติด วัสดุดังกล่าวจึงเร่งให้เปลวเพลิงและควันกระจายไปทั่วพื้นที่ นักท่องเที่ยวจำนวนมากพยายามวิ่งไปยังประตูทางออก จนเกิดการเบียดเสียดและเหยียบกัน ขณะที่บางส่วนไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ทัน

 

ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 26 ราย และบาดเจ็บประมาณ 50 ราย ตอกย้ำภาพของสถานบันเทิงซึ่งกลายเป็นพื้นที่ปิดตาย เมื่อระบบความปลอดภัยไม่เพียงพอและผู้ใช้บริการไม่สามารถเข้าถึงทางออกได้อย่างรวดเร็ว

 

วันที่ 18 มีนาคม 2568 ศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาจำเลย 4 ราย ในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารและการเปิดสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

จำเลยที่ 1 หรือ “เสี่ยบี” ถูกพิพากษาจำคุก 5 ปี 4 เดือน ปรับ 133,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยา และจำเลยที่ 3 หรือ “เสี่ยยศ” บิดาของเสี่ยบี ถูกพิพากษาจำคุกคนละ 10 ปี 10 เดือน ปรับคนละ 266,000 บาท ขณะที่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นช่างไฟฟ้า ถูกพิพากษาจำคุก 5 ปี 1 เดือน ปรับ 125,000 บาท

 

ศาลยังกำหนดให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยบางรายได้รับค่าเสียหายตั้งแต่ 2 ล้านบาทไปจนถึงมากกว่า 5 ล้านบาท ส่วนจำเลยทั้งหมดได้ยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

 

 

ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

 

 

คดีเมาน์เท่น บี ยังสะท้อนความบกพร่องทั้งเรื่องไฟฉุกเฉิน ระบบป้องกันภัย มาตรฐานของอาคาร และการปล่อยให้กิจการที่ไม่ผ่านเงื่อนไขทางกฎหมายเปิดให้บริการได้ ปัจจุบันอาคารที่เกิดเหตุถูกรื้อถอน เหลือเพียงพื้นที่รกร้างและความทรงจำของผู้สูญเสีย

 

บทเรียนมีอยู่ แต่การป้องกันอยู่ที่ใด

 

ซานติก้าผับและเมาน์เท่น บี มีจุดร่วมสำคัญ คือ เพลิงลุกลามจากบริเวณเพดาน วัสดุไวไฟช่วยเร่งการเผาไหม้ และผู้ใช้บริการจำนวนมากไม่สามารถหลบหนีออกจากอาคารได้ทัน แม้ต้นเหตุของไฟในแต่ละกรณีจะแตกต่างกัน แต่ความสูญเสียกลับขยายตัวจากช่องโหว่ของระบบความปลอดภัย

 

สำหรับโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเกิดจากความบกพร่องในลักษณะเดียวกันหรือไม่ เพราะการตรวจสอบยังดำเนินอยู่ และข้อสันนิษฐานเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศยังต้องรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยัน

 

สิ่งที่สังคมต้องการจึงไม่ใช่เพียงคำตอบว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใด แต่ต้องตอบให้ได้ว่าอาคารได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ มีทางหนีไฟเพียงพอต่อจำนวนผู้ใช้บริการหรือไม่ ประตูฉุกเฉินสามารถเปิดใช้งานได้จริงหรือไม่ มีระบบแจ้งเตือนและอุปกรณ์ดับเพลิงครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงเคยผ่านการตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อใด

 

เพราะไฟฟ้าลัดวงจรอาจเป็นต้นเหตุของเปลวเพลิง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอาจสะท้อนประสิทธิภาพของระบบป้องกัน การบริหารจัดการ และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องตรวจสอบแยกออกจากกันอย่างตรงไปตรงมา

 

  ย้อนรอย3เพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้า-เมาน์เท่นบี ถึงโรงเบียร์ลาดพร้าว 

 

ประเทศไทยเคยจ่ายราคาของบทเรียนจากซานติก้าผับด้วย 67 ชีวิต และจากเมาน์เท่น บี อีก 26 ชีวิต วันนี้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เพิ่มรายชื่อผู้เสียชีวิตอีก 27 รายลงในบันทึกแห่งความสูญเสีย

 

คำถามจึงไม่ใช่ว่า เรามีกฎหมายหรือบทเรียนเพียงพอหรือไม่ แต่คือก่อนเปลวไฟครั้งต่อไปจะปะทุขึ้น ใครจะทำให้บทเรียนเหล่านั้นถูกนำไปใช้จริง และต้องสูญเสียอีกกี่ชีวิต สังคมจึงจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมเดิมเกิดซ้ำอีก

ข่าวล่าสุด

SET แกว่งผันผวนลง รับศึกตะวันออกกลางตึงเครียด-น้ำมันพุ่ง

SET แกว่งผันผวนลง รับศึกตะวันออกกลางตึงเครียด-น้ำมันพุ่ง