



12+













SPRiNG-LOOPERS จัด HOPE TALK พลิกมุมมองวิกฤตโลกรวนด้วยความหวัง
SPRiNG ร่วมกับ LOOPERS จัดงานเสวนา "HOPE TALK: Climate Change ใคร MADE CHANGE? เปลี่ยนโลกด้วยความหวัง"
KEY
POINTS
- SPRiNG ร่วมกับ LOOPERS จัดงานเสวนา "HOPE TALK" เพื่อจุดประกายให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนความกังวลเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นการลงมือทำอย่างมีความหวัง
- เวทีเสวนาประกอบด้วยวิทยากรจากหลากหลายวงการที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อสื่อสารว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องสมบูรณ์แบบ
- ภายในงานมีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการและเกมจำลองสถานการณ์อนาคต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแสดงแนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จับต้องได้
SPRiNG ร่วมกับ LOOPERS จัดงานเสวนา "HOPE TALK: Climate Change ใคร MADE CHANGE? เปลี่ยนโลกด้วยความหวัง" เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้า EMQUARTIER เวลา 13.00 – 17.00 น. เพื่อจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นการลงมือทำที่ยั่งยืน
งานดังกล่า มีกิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมลงมือทำจริง ประกอบด้วย การนำซองวิบวับหรือฝาขวดพลาสติก 3 ชิ้น มาแลกทำพวงกุญแจรักษ์โลกกับอายิโนะโมะโต๊ะ, การนำขวดพลาสติก (PET) 10 ขวด มาหยอดตู้คืนขวดอัตโนมัติของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เพื่อรับสิทธิ์เข้าเวิร์กชอปเพนต์แก้วน้ำและแจกันดอกไม้, กิจกรรมเขียนความหวังฝากให้โลกผ่านโปสการ์ดกับ Loopers รวมถึงการแสดงมินิคอนเสิร์ตและกิจกรรมพบปะแฟนคลับจากศิลปิน HatoBito และ LUMIN+US
เจาะลึกเวทีเสวนาพลิกมุมมองสิ่งแวดล้อม
งานเสวนาครั้งนี้ฉีกรูปแบบเดิมด้วยการชวนตั้งคำถามท้าทายเพื่อไม่ให้การคุยเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศจบลงด้วยความหมดหวัง โดยมีกลุ่มคนรักโลกจากหลากหลายแวดวงร่วมแชร์มุมมอง เช่น คุณสมิชฌน์ เพ็ชร์ดี จากอายิโนะโมะโต๊ะ, คุณกิติยา แสนทวีสุข จากไทยเบเวอร์เรจแคน (TBC), คุณพิชามาศ ชัยงาม ผู้ก่อตั้ง Loopers, คุณมารีญา พูลเลิศลาภ นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม, คุณอิมเมจ สุธิตา ศิลปินหญิง, คุณอวัช รัตนปิณฑะ ผู้ก่อตั้ง SAVE TAiLEY และ น้องอิ๊น มาธวี ศิลปินค่าย XEBIS Entertainment ซึ่งทุกคนต่างยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของตนเองในการรักษ์โลก เพื่อสื่อสารว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและทุกคนสามารถเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ทันที
ภายในงานมีการจำลองสถานการณ์ผ่านเกม "What is reflection" เพื่อส่องอนาคตสิ่งแวดล้อมไทยในหลากหลายมิติ อาทิ:
กรณีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100%: ช่วยลดมลพิษแต่ยังต้องกังวลเรื่องแหล่งผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิลและการจัดการขยะแบตเตอรี่
การแยกขยะ 100%: จะขับเคลื่อนให้ประชาชนเรียกร้องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก ส่งแรงกดดันให้กลุ่มทุนปรับตัว
วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ระดับสีแดงทั้งปี: ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสติปัญญาของเด็ก ซึ่งทางออกคือการลดบริโภคเนื้อสัตว์เพื่อลดการเผาป่า หรืออุดหนุนสินค้าเกษตรที่ไม่พึ่งพาการเผา
วิกฤตกรุงเทพฯ จมน้ำในอีก 30 ปี และปลาหมอคางดำระบาด: สะท้อนว่าเป้าหมาย Net Zero อาจไม่ทันการณ์ และต้องการนวัตกรรมเชิงการปรับตัวขั้นสูงเพื่อป้องกันระบบนิเวศล่มสลาย
นอกจากนี้ เหล่าวิทยากรยังเปรียบเทียบกลยุทธ์ความยั่งยืนเป็น "เมนูอาหาร" โดยคุณอวัชเปรียบการรักษ์โลกเป็น "ข้าวไข่เจียว" ที่เริ่มทำได้ง่าย คุณมารีญาเสนอ "ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล" ที่ต้องรณรงค์ให้เชื่อมโยงกับสิ่งที่คนรัก
คุณสมิชฌน์นำเสนอ "เมนูแห่งความสุข" เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นโต๊ะเรียนให้เด็ก และคุณกิติยานำเสนอ "แกงโฮะ" ผ่านโครงการ Aluminum Loop ที่จัดการขยะบนเกาะหมุนเวียนกลับมาเป็นกระป๋องอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100% ภายใน 3 เดือน
ส่วนภาพฝันในอีก 5 ปีข้างหน้า วิทยากรทุกคนคาดหวังอยากเห็นฤดูกาลกลับมาเป็นปกติ และอยากให้การแยกขยะกลายเป็นวิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) ของทุกคน.



12+




















