
กบน. เคาะลดราคาน้ำมัน ดีเซล 75 สตางค์ เบนซิน 1 บาท มีผล 6 พ.ย. นี้
กบน. มีมติปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 ลง 0.75 บาทต่อลิตร และกลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. 2569 หลังราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลดลง
คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน
- น้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร
- กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร
เพื่อสะท้อนราคาตลาดโลกที่มีทิศทางอ่อนตัวลง ซึ่งปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันลดลง ประกอบกับปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนหลังรับรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ ตลอดจนความกังวลต่อแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน
โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 น้ำมันดีเซลปิดอยู่ที่ประมาณ 155 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 105 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจากวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ปิดอยู่ที่ประมาณ 166 และ 112 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตามลำดับ โดยอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
สำหรับราคาขายปลีกน้ำมันใหม่ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 มีรายละเอียดดังนี้
- ดีเซล B7 ลดลง 0.75 บาทต่อลิตร เหลือ 41.79 บาทต่อลิตร
- ดีเซล B20 ราคาคงเดิม
- เบนซิน ลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 49.33 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล 95 ลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 39.84 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล 91 ลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 39.47 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล E20 ลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 31.80 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล E85 ลดลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 30.63 บาทต่อลิตร
การปรับลดราคาในครั้งนี้ได้ช่วยทั้งลดค่าครองชีพให้ประชาชน และกบน.ได้บริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น โดยได้ช่วยลดภาระรายจ่ายชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากเดิมที่ต้องแบกรับสูงถึงวันละ 69 ล้านบาท
ถึงแม้ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกและราคาขายปลีกในประเทศจะปรับตัวลดลง แต่การประหยัดการใช้น้ำมัน และใช้อย่างคุ้มค่ายังคงมีความจำเป็น ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในระยะยาว







