
จับตาคำชี้แจง สตง.-ไทยพีบีเอสแถลงปมชดใช้ 230 ล้าน
สตง.เตรียมแถลงผลตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของไทยพีบีเอส เวลา 11.00 น. หลังมีรายงานยอดเรียกชดใช้รวมกว่า 230 ล้านบาท ขณะที่ผู้บริหารไทยพีบีเอสเตรียมชี้แจงในเวลา 14.00 น.
KEY
POINTS
- รายงานระบุยอดเรียกชดใช้รวมกว่า 230 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าตอบแทนแขกรับเชิญและพิธีกรกว่า 214 ล้านบาท และค่าจ้างผลิตรายการกว่า 15 ล้านบาท
- สตง.นัดแถลงผลตรวจสอบเวลา 11.00 น. ส่วนไทยพีบีเอสจะชี้แจงเวลา 14.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม
- ผู้บริหารไทยพีบีเอสยืนยันความโปร่งใส ชี้แจงเรื่องค่าตอบแทนรายการ “คุยให้คิด” และระบุว่าตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายปีละประมาณ 100 ล้านบาท
สตง.แถลงผลตรวจสอบ ไทยพีบีเอสเตรียมชี้แจง
วันที่ 14 ตุลาคม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เตรียมแถลงข่าวเรื่องผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส เวลา 11.00 น. ณ ห้องโถงรับรอง ชั้น 1 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน TikTok: @pr_sao
การแถลงมีขึ้นหลังมีรายงานว่า สตง.แจ้งให้ไทยพีบีเอสชดใช้เงินเพิ่มเติม จากเดิมที่มีข่าวเรียกชดใช้ประมาณ 85 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็นกว่า 230 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าแขกรับเชิญและพิธีกรกว่า 214 ล้านบาท และค่าจ้างผลิตรายการข่าวกว่า 15 ล้านบาท
ประเด็นตรวจสอบตามข้อมูลที่ระบุ ครอบคลุมการใช้งบจ้างผลิตรายการ การเบิกจ่ายค่าตอบแทน เช่น ค่าพิธีกร การใช้รถหลวงย้อนหลัง 5 ปี และการดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายงานจำนวนผู้เกี่ยวข้อง 10 และ 11 รายแตกต่างกัน
ด้านไทยพีบีเอสกำหนดแถลงชี้แจงเวลา 14.00 น. โดยนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ และนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
ไทยพีบีเอสยืนยันเปิดเผยข้อมูล ชี้แจงค่าตอบแทนรายการ
ก่อนหน้านี้ นายอดิศักดิ์ยืนยันว่าไทยพีบีเอสทำงานอย่างโปร่งใส และเผยแพร่ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง รายงานประจำปี รวมถึงผลประเมินจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกไว้บนเว็บไซต์ โดยระบุว่าฝ่ายบริหารร่วมชี้แจงข้อสงสัยกับ สตง.มาตั้งแต่เดือนมกราคม
ส่วนค่าตอบแทนรายการ “คุยให้คิด” ซึ่งอยู่ที่ 40,000 บาทต่อครั้ง นายอดิศักดิ์ระบุว่าเป็นอัตราที่ใช้มาก่อนทีมบริหารชุดปัจจุบันเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 และเห็นว่าเหมาะสมกับความรู้ความสามารถของผู้ร่วมรายการ
นายอดิศักดิ์ยังระบุว่า ทีมบริหารตั้งเป้าปฏิรูปการทำงานและควบคุมรายจ่าย โดยองค์กรพลิกจากภาวะขาดดุลกว่า 70 ล้านบาท มาเป็นเกินดุล 69 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายปีละประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อเตรียมรับความไม่แน่นอนของรายได้จากใบอนุญาตเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล ซึ่งอาจลดลงราว 400–500 ล้านบาทต่อปี หากไม่ได้ดำเนินการต่อ
ผลการแถลงของทั้งสองฝ่ายในวันนี้จะชี้แจงรายละเอียดของผลตรวจสอบและข้อเรียกชดใช้ ซึ่งขณะนี้ยังเป็นข้อมูลตามรายงานและคำชี้แจงที่มีอยู่ก่อนการแถลงข่าว.
แหล่งที่มา : สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ,ไทยพีบีเอส , เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand







