
‘พิทักษ์เดช’ จี้ ก.ล.ต.ฟันธงวีบูลล์ กมธ.เตรียมทวงผลหารือกฎหมาย
'พิทักษ์เดช' เผย กมธ.เตรียมติดตามผลหารือกฎหมาย 'คดีวีบูลล์' หลังตำรวจดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง พร้อมจี้ ก.ล.ต.กำหนดมาตรการให้ชัดเจน
KEY
POINTS
3 ประเด็นสำคัญ
1.กมธ.เตรียมส่งหนังสือติดตามผลหารือทางกฎหมาย หลังตำรวจดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวีบูลล์
2.กมธ.เคยเชิญวีบูลล์ชี้แจง 3 ครั้ง แต่บริษัทไม่เข้าชี้แจงครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
3.พิทักษ์เดชวิจารณ์ ก.ล.ต.ดำเนินการไม่เด็ดขาด พร้อมสนับสนุนการรายงานข่าวตามข้อเท็จจริงของโพสต์ทูเดย์
นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กรรมาธิการเตรียมส่งหนังสือติดตามผลการหารือทางกฎหมายเกี่ยวกับกรณีความเสียหายทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหลักทรัพย์วีบูลล์ พร้อมเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ความชัดเจนในการดำเนินการ
นายพิทักษ์เดชกล่าวว่า เบื้องต้นได้ติดตามและสอบถามสถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานีเกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินคดีและการทำหนังสือหารือทางกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวีบูลล์แล้ว และทำหนังสือหารือทางกฎหมายเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีให้ถูกต้อง
สำหรับหน่วยงานที่ต้นฉบับระบุว่าเกี่ยวข้องกับการหารือ ได้แก่ ก.ล.ต. อัยการจังหวัดปทุมธานี และ สภ.เมืองปทุมธานี ขณะนี้กรรมาธิการเตรียมติดตามผลการหารือดังกล่าว
ที่ผ่านมา กรรมาธิการออกหนังสือเชิญบริษัทหลักทรัพย์วีบูลล์เข้าชี้แจงแล้ว 3 ครั้ง แต่บริษัทไม่เดินทางมาชี้แจงในการเชิญครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนปิดสมัยประชุม
นายพิทักษ์เดชวิจารณ์การทำงานของ ก.ล.ต.ว่า “ทำงานแย่มาก ไม่กล้าฟันธงอะไรสักอย่าง” พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลดำเนินการอย่างชัดเจนและเด็ดขาด
ส่วนกรณีศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีที่บริษัทหลักทรัพย์วีบูลล์ฟ้องสำนักข่าวโพสต์ทูเดย์ นายพิทักษ์เดชเห็นว่า สำนักข่าวรายงานข้อมูลตามข้อเท็จจริงจากการชี้แจงต่อกรรมาธิการ และปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณของสื่อมวลชน
“สำนักข่าวเขาก็ให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงและได้ข่าวมาจากการชี้แจงข้อเท็จจริงของกรรมาธิการ และได้ให้ข่าวตามหลักจรรยาบรรณของสื่อ การที่ไปฟ้องสำนักข่าวเช่นนี้เขาจะผิดได้อย่างไร ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ศาลให้ความชอบธรรมอยู่แล้ว” นายพิทักษ์เดชกล่าว
นอกจากนี้ นายพิทักษ์เดชตั้งข้อสังเกตถึงปัญหานอมินีหรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในตลาดหลักทรัพย์ โดยเห็นว่า ก.ล.ต.ยังดำเนินการไม่เด็ดขาดกับบริษัทหลักทรัพย์ที่บริษัทหรือบุคคลในบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุนสีเทาที่นำมาฟอกผ่านบริษัทหลักทรัพย์
นายพิทักษ์เดชเสนอให้ ก.ล.ต.กำหนดมาตรการหรือบทลงโทษต่อบริษัทหลักทรัพย์ให้ชัดเจน พร้อมระบุว่ามีหลักฐานพร้อม แต่ ก.ล.ต.ยังไม่กล้าฟันธง จึงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขต่อไป







