
สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานขอนายจ้างผ่อนผันหยุดงานลูกจ้างน้ำท่วม
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ห่วงใยลูกจ้างประสบภัยน้ท่วม ขอความร่วมมือนายจ้างอนุญาตให้หยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา พร้อมจัดทำแผนฉุกเฉินรับมือและดูแลสวัสดิการช่วยเหลือ
KEY
POINTS
- กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานขอความร่วมมือนายจ้างผ่อนผันการทำงานให้แก่ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
- กรณีลูกจ้างไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้เนื่องจากภัยน้ำท่วม ขอให้นายจ้างอนุญาตให้หยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลาหรือความผิด
- ขอให้นายจ้างจัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือภัยธรรมชาติ และให้คณะกรรมการสวัสดิการฯ ช่วยเหลือลูกจ้างที่ประสบภัย
เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 14 (230/2569) ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. และในช่วงวันที่ 25 - 27 กันยายน 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคกลางรวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ประกอบกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครได้มีประกาศ เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ และการจราจรติดขัดอันส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตหรือก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน อาจส่งผลกระทบต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอความร่วมมือนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. กรณีที่อยู่อาศัยของลูกจ้างได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติเป็นเหตุให้เดินทางไปทำงานไม่ได้ หรือเข้าทำงานสาย ขอความร่วมมือนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลาหรือเป็นความผิดต่อข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้าง
2. ขอให้นายจ้างจัดทำแผนฉุกเฉินกรณีเกิดภัยธรรมชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญ และแก้ไขสถานการณ์ บรรเทาความเดือดร้อนและความสูญเสีย และขอให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน ตรวจสอบเกี่ยวกับไฟฟ้า เครื่องจักร อาคารสถานที่ ในสถานประกอบกิจการเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดภยันตราย
3. ขอให้คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการร่วมมือกับนายจ้างในการดูแล และสนับสนุนการจัดสวัสดิการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ประสบภัยตามความเหมาะสม
4. ขอให้เครือข่ายด้านแรงงานติดตามข้อมูลข่าวสารจากลูกจ้างผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อแจ้งข้อมูล ให้หน่วยงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบ และประสานงานเพื่อขอความช่วยเหลือตามความเหมาะสม
5. ขอให้นายจ้าง ลูกจ้าง และองค์กรแรงงานปรึกษาหารือร่วมกันในการแก้ไขปัญหาโดยหลักสุจริตใจ เพื่อเสริมสร้างสันติสุขในการบริหารแรงงาน







