
นายกฯ แถลง ปปง. สั่งยึดอายัดทรัพย์ทุจริตสอบท้องถิ่น 320 ล้านบาท
นายกรัฐมนตรี เผย ปปง. บูรณาการร่วมหลายหน่วยงาน ลุยยึดอายัดทรัพย์ข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวก แก้ไขคะแนน-เรียกรับเงินสอบแข่งขันบรรจุปี 68 ยึดทรัพย์รวม 108 รายการ กว่า 320 ล้านบาท
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงข่าวกรณีเลขาธิการ ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น รวม 108 รายการ มูลค่ากว่า 320 ล้านบาท โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด ยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลขยายผลดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
การดำเนินการดังกล่าว สำนักงาน ปปง. ได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงาน ป.ป.ท., กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สืบสวนขยายผลกรณีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวก ดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมีพฤติการณ์แก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ
จากการตรวจพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด และมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเชื่อว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สิน เมื่อวันที่ 28 และ 31 สิงหาคม 2569 นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. จึงใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ออกคำสั่ง ย. 190-191/2569 ยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 98 รายการ เช่น ที่ดิน, เงินในบัญชีซื้อขายทองคำ, สิทธิเรียกร้องในทองคำ, บัญชีเงินฝากธนาคาร, หลักทรัพย์ และเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ รวมมูลค่าประมาณ 315 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ ปปง. ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและเพชรบูรณ์ พบทรัพย์สินเพิ่มเติมเป็นเงินสด 4,530,000 บาท และสินค้าแบรนด์เนม เลขาธิการ ปปง. จึงออกคำสั่ง ย. 192/2569 ยึดทรัพย์สินเพิ่มอีก 10 รายการ รวมเป็นทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดทั้งสิ้น 108 รายการ มูลค่ารวมกว่า 320 ล้านบาท ทั้งนี้ ปปง. ยืนยันยึดมั่นมาตรการตามกฎหมาย หากพบหลักฐานเชื่อมโยงไปยังทรัพย์สินของผู้ใด จะดำเนินการยึดอายัดอย่างเด็ดขาดต่อไป







